
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นายมานิตย์ อุ่นเครือ นายกองค์การบริการส่วนตำบลพิชัย ผู้บุกเบิกในการอนุรักษ์ป่าชุมชนมากว่า 11 ปี เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งในอดีตผืนป่าชุมชนแห่งนี้เป็นพื้นที่เป้าหมายของกลุ่มนายทุนเพราะความอุดมสมบูรณ์ ทำให้กลุ่มนายทุนต้องการหาผลประโยชน์ นอกจากนี้ยังพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพหาของป่า เช่น เก็บเห็ดและผักหวานป่า ยังขาดความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากชาวบ้านมีความเชื่อว่า การเผาป่าจะทำให้ต้นผักหวานแตกใบอ่อน และจะได้เก็บมาขาย ในราคาสูง สร้างรายได้อย่างงาม จึงกลายเป็นสิ่งจูงใจ โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อม ด้วยสถานการณ์ที่เกิดทำให้ผู้นำชุมชนได้เริ่มทำความเข้าใจกับชาวบ้านอย่างจริงจังและถูกต้อง จนชาวบ้านบางคนหันมาทำสวน เครื่องจักรสาน แทนการหาของป่า เพื่อลดสถานการณ์ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปี ที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ถือเป็นกำลังสำคัญ ในการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทุกคนต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องผืนป่า เฝ้าระวังปัญหาอย่างจริงจัง โดยทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างกฎกติกาดูแลรักษาป่า ควบคุมหมอกควัน มีการออกลาดตระเวนป้องกันการเกิดไฟป่า ทำแนวกันไฟ ทำฝายชะลอน้ำ ปลูกป่าทดแทน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นแหล่งเรียนรู้พืชสมุนไพร จนกระทั่งเดือนพฤษภาคม ปี 2553 ชุมชนบ้านต้นต้อง กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ "หมู่บ้านต้นแบบปลอดการเผา" โครงการที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการเพื่อเป็นการบูรณาการให้ภาคประชาชนและภาคีเข้ามามีบทบาทและเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังแบบยั่งยืน