นครบาลโชว์ผลงาน จับ 4 ผู้ต้องเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี ระหว่างนำยามาพัก พร้อมเตรียมขยายผลเพิ่ม
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลการจับกุม 4 ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย (ขอสงวนชื่อนามสกุล) พร้อมยึดของกลางไอซ์ 13 กิโลกรัม, ยาบ้า 370,400 เม็ด, เฮโรอีน 240 กรัม, และพบยาอีสีฟ้าเขียวและน้ำตาลรวมกว่า 4 หมื่นเม็ด
การจับกุมดังกล่าว ชุดสืบสวนสืบทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ลักลอบนำยาเสพติดลอตใหญ่เข้ามาพัก เพื่อรอการจำหน่ายในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จึงทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวและพวกอีก 3 คน นำยาเสพติดหลายชนิดมาพักของซุกซ่อนไว้ที่ชั้น 18 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บนถนนสาทรตากสิน เขตจอมทอง ก่อนส่งตำรวจสายสืบเฝ้าติดตาม พบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่ทำงานอย่างเป็นระบบในการเฝ้าดูแลที่เก็บยาเสพติด และลำเลียงออกมาให้กับผู้ค้ารายย่อย จนพบว่ามีการเคลื่อนย้ายของออกจากพื้นที่ในช่วงเช้าตรู่วานนี้ (29 ม.ค.) จึงนำกำลังเข้าจับกุม ที่หน้าคอนโดมิเนียมดังกล่าวก่อนที่จะขยายผลขึ้นไปตรวจค้นภายในห้องพักเลขที่ 342
จากการสอบสอบสวน ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าทำหน้าที่ดูแลจุดพักยาและเข้ามานำยาออกจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในฝั่งธนบุรี ย่านบางขุนเทียน และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกันนี้ยังพบมี 3 สีโดยจะแบ่งตามระดับความบริสุทธิ์ของสารประกอบในยาอี โดยสีฟ้าจะมีความบริสุทธิ์สูงสุด รองลงมาคือสีดำ และสีเขียว ซึ่งแต่ละสีจะมีราคาจำหน่ายที่ต่างกัน
พล.ต.ต. ฤชากร จรเจวุฒิ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า จากการข่าวพบมีการซุกซ่อนยาเสพติดในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯอีกเป็นจำนวนมาก โดยผู้ต้องหานำไปซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ อาทิ ตามหมู่บ้าน และอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมต่างๆ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงได้ประสานกับทางกรุงเทพมหานคร แบ่งเขตในการรีเอ็กซเรย์เป็นรายแขวงใหม่ แฝงรูปแบบการเอ็กซเรย์แบบแบ่งเขต เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และสามารถใช้ข้อมูลจากการข่าวจำนวนมากที่ได้รับจากประชาชนและชุดสืบสวน ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างละเอียด ก่อนเข้าตรวจสอบในพื้นที่และจับกุม
นอกจากนี้ยังฝากถึงประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านและอาคารชุดคอนโดมิเนียมต่างๆ ให้ช่วยสังเกตพฤติการณ์ที่น่าสงสัยของผู้พักอาศัยที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง หากพบว่าผู้พักอาศัยมีการเช่าหรือซื้อบ้านและอาคารชุดไว้ แต่ไม่มาเข้าพักเป็นเวลานาน และจะเดินทางมาที่บ้านในช่วงยามวิกาลตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนจนถึงช่วงเช้าตรู่ อีกทั้งยังมีการขนย้ายสิ่งของต่างๆในยามวิกาล ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีการเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เพราะจากการติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลายคดีให้ข้อมูลว่า จะเข้าไปขนย้ายยาเสพติดจากจุดพักตามบ้านและคอนโดมิเนียม ช่วงตั้งแต่หลัง3 นาฬิกาจนถึงช่วง 5 นาฬิกา เนื่องจากเป็นช่วงที่ตำรวจไม่มีการตั้งด่าน ทำให้สะดวกต่อการขนย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆ หากพบผู้พักอาศัยที่มีพฤติการณ์ที่กล่าวมาข้างต้น สามารถแจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทันที