Breaking ข่าว อาชญากรรม

“บิ๊กแป๊ะ” ยัน! ดำเนินคดี “เปรมชัย” คนเกี่ยวข้องไม่เว้น

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุไม่สั่งโอนคดีเปรมชัย เข้าส่วนกลาง เชื่อทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้ หากพบเจ้าหน้าที่ร่วมทำผิด ดำเนินคดีไม่ละเว้น ขณะที่ “ศรีวราห์” เตรียมสอบข้อเท็จจริงกรณีติดสินบนเจ้าพนักงาน พร้อมตั้งข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่สั่งการให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปดูแลคดีนายเปรมชัย กรรณสูต และพวกรวม 4 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี

โดยยืนยันไม่กังวลว่าผู้ต้องหาจะเป็นนักธุรกิจชื่อดัง เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และขณะนี้ก็ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งการให้โอนคดีมาไว้ที่ส่วนกลาง แต่ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันในการสืบค้นข้อเท็จจริง พร้อมสั่งการให้ตำรวจเร่งสอบสวนขยาผลในทุกประเด็น ทั้งการครอบครอง ซากสัตว์ในกรณีอื่นๆ รวมถึงพฤติกรรมการเดินทางเข้าพื้นที่ทุกครั้งก่อนถูกจับกุมในคดีนี้ และประเด็นการได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ให้นายเปรมชัย กับ คณะเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุกครั้งที่ผ่านมา หากพบการทำผิดเชื่อมโยง หรือ มีส่วนร่วมกับการกระทำความผิด ตำรวจจะดำเนินคดีอย่างไม่มีละเว้น

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า วันนี้มีการเชิญเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กว่า 10 คน รวมทั้งนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าชุดจับกุม เข้าให้ปากคำและข้อมูลที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. เกี่ยวกับประเด็นเกิดขึ้น รวมถึงประเด็นการติดสินบนเจ้าพนักงาน และปล่อยปละละเลยให้ผู้ต้องหาเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หากพบว่านายเปรมชัย ติดสินบน ก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้ที่เคยแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.สัตว์ป่าไปแล้ว 9 ข้อหา รวมถึงเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ต้องหาด้วย ส่วนอาวุธปืนที่นายเปรมชัยนำเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งห้ามนำอาวุธเข้านั้น ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง

ตามกระบวนการ ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ภายในบ้านพักของนายเปรมชัย ย่านศูนย์วิจัย 3 จำนวน 43 กระบอก ที่เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีทะเบียนเกือบทุกกระบอก โดยจะต้องมีการประสานกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบรายละเอียดว่ามีการออกใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ส่วนงาช้าง 2 คู่ อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่าเป็นงาช้างไทยหรือไม่ แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่งาช้างไทย ซึ่งหากไม่ใช่งาช้างไทยก็จะจดทะเบียนไม่ได้ ส่วนกระแสข่าวว่ามีหนังเสือในห้องทำงานของนายเปรมชัยนั้น เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแล้วไม่พบ อีกทั้งภาพที่มีการเผยแพร่ก็เป็นภาพเก่าเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งคดีหมดอายุความไปนานแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่าไม่หนักใจที่มีหลายฝ่ายออกมาตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจจะไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ เพราะพยานหลักฐานขณะนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว ว่าใครเป็นผู้ครอบครองปืน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ต้องขออนุญาตเข้าไปและห้ามนำอาวุธเข้าไปในพื้นที่ แต่กลุ่มผู้ต้องก็ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องและยังนำปืนเข้าไปล่าสัตว์ มีหลักฐานซากสัตว์ชัดเจน มั่นใจฟ้องได้แน่นอน และยืนยันไม่มีการวิ่งเต้นล้มคดี