Breaking News ข่าว

ไล่ไทม์ไลน์ตระกูล’กรรณสูต’ครองเขาทั้งลูก!ยัน15วันรู้ผลสอบเอกสารสิทธิ์

วันที่ 15 ก.พ.61 นายอรรถพล เจริญชันษา  รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย ทูไนท์ ถึงกรณีการลงพื้นที่เข้าตรวจสอบที่ดินในความครอบครองของนายเปรมชัย กรรณสูต ว่า ภูเรือวโนทยาน เป็นสถานที่ที่มีพื้นที่เยอะที่สุด โดยมีการออก นส.3 ก เมื่อปี 2534 จำนวน 6,229 ไร่ ต่อมาพบปัญหาเรื่องการตรวจสอบ และตั้งสมมติฐานว่าออกเอกสารโดยมิชอบ สค.1 ไม่ถูกต้อง

ต่อมาในปี 2546 ต่อเนื่องไปถึง 2547 ทางอธิบดีกรมที่ดินมีคำสั่งเพิกถอนทั้งหมด

จากนั้น ในปี 2552 บ.ซีพีเค อินเตอร์เนชัลแนล มาขอยื่นเรื่องขอใช้ประโยชน์กับกรมที่ดิน เนื่องจาก เมื่อเพิกถอนที่ดินทั้ง 147 แปลงไปแล้วก็กลับคืนมาเป็นพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484

และเหตุผลที่ทาง บ.ซีพีเค ไปยื่นขอใช้ประโยชน์กับทางกรมที่ดิน เพราะ ที่ตรงนั้นเป็นลุ่มน้ำชั้น 1 หากมายื่นเรื่องต่อกรมป่าไม้ ทางกรมป่าไม้ก็ไม่อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ แต่สุดท้ายกรมที่ดินไม่ได้อนุมัติ

ถัดมาในปี 2556 บ.ซีพีเค ยื่นขอถอนเรื่อง จากนั้นไม่นาน ก็มายื่นเรื่องขอเดินสำรวจเพื่อออกโฉนดที่ดินจำนวน 679 ไร่ 38 แปลงในปีเดียวกัน  ซึ่งในส่วนนี้จะต้องตรวจสอบว่า ออกโฉนดโดยชอบหรือไม่ ขณะที่ที่ดินจำนวน 679 ไร่ที่ได้รับการตีโฉนดนั้น ไม่ได้ทับซ้อนที่ดินจำนวน6,229 ไร่ ที่ถูกเพิกถอนทั้งหมด อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าทับซ้อนเท่าไหร่

ซึ่งในส่วนที่ถูกตีโฉนดก็ต้องถือว่าเขามีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่ในส่วนของ 6,229 ไร่จะต้องลบออกจากพื้นที่ที่เขาออกโฉนดและในส่วนนี้จะต้องบังคับใช้กฎหมาย เพราะถือเป็นการครอบครองโดยมิชอบ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันใน 2 ประเด็น คือ แจ้งดำเนินคดี และ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์

ขณะที่ ชาโตว์ เดอ เลย  ก็อาจมีพื้นที่บางส่วนอาจทับซ้อน 6,229 ไร่

ด้านรังเย็น รีสอร์ท มีโฉนด 19 ไร่ แต่ต้องตรวจสอบว่าออกโฉนดอย่างถูกต้องหรือไม่ หรือ ใช้พื้นที่เกินกว่าโฉนดหรือไม่ อย่างไรก็ตามในส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าการออกโฉนดดังกล่าวจะเป็นการออกโฉนดโดยที่ดินมือเปล่าหรือไม่นั้น รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวยืนยันว่า อย่างไรก็ตามจะดำเนินการตรวจสอบทั้งการบุกรุกป่า และ การออกเอกสารสิทธ์ให้ถี่ถ้วน

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า แม้จะมีคำสั่งเพิกถอนที่ดินทั้งหมวไปแล้วแต่ยังพบการใช้ประโยชน์นั้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อเอาผิดตามมาตรา 54  พ.ร.บ.ป่าไม้ , มาตรา 9 ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และ เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย  พร้อมยืนว่า มีการแอบใช้ประโยชน์ในที่ดิน ตั้งแต่ปี2546 แล้ว  ขณะที่ทางกรมป่าไม้ก็ไม่ได้รับเรื่องการเพิกถอนจากสำนักการใดๆตั้งแต่แรก

กรณีที่ตรวจพบบ้านชัยชนะ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่บนยอดเขา ในเขต 6,229 ไร่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าครอบครองเขาทั้งลูก ไม่มีเอกสารสิทธิ์แยกต่างหาก แม้ว่าทาง นางอรเอม เทอดประวัติ และ นาง พิไลจิต เริงพิทยา พี่สาวทั้ง 2 ของนาย เปรมชัย จะดำเนินการยื่นคำขอเช่าพื้นที่เพื่อแสดงเจตนาในการครอบครองก็ตาม  ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมป่าไม้กล่าวทิ้งท้าย เรื่องดังกล่าวจะใช้เวลาในการตรวจสอบแต่จะทราบผลภายใน 15 วันนับจากนี้!