เปิดช่องโหว่ ! การเบิกจ่ายเงินคนไร้ที่พึ่ง

เปิดช่องโหว่ ! การเบิกจ่ายเงินคนไร้ที่พึ่ง

การตรวจสอบของปปท.มีกรอบเวลาสิ้นสุดทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคม ซึ่งข้อมูลที่ทีมข่าวและเป็นช่องโหว่ของการเบิกจ่ายเงินในครั้งนี้ คือขั้นตอนการเบิกจ่ายและการจำแนกว่าใครเป็นผู้ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ติดตามจากรายงานค่ะ

วันนี้( 6 มี.ค.) นางสมละ คำมูล อายุ 79 ปี เข้าข่ายเป็นผู้ไร้ที่พึ่งในจังหวัดขอนแก่น เธอได้เงินจากศูนย์คนไร้ที่พึ่ง แต่ไม่ครบจำนวน ตามเกณฑ์เธอจะได้รับเงิน 3พันบาท กลับได้เพียงแค่ 2 พันบาท

เปิดช่องโหว่ ! การเบิกจ่ายเงินคนไร้ที่พึ่ง

นี่เป็นเพียงการทุจริตหนึ่งในหลายรูปแบบที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐตรวจพบ แต่ยังมีรูปแบบอื่นที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยศูนย์คนไร้ที่พึ่งในจังหวัดที่ตรวจพบการทุจริต พยายามขอสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่มาอบรมในกิจกรรมอื่น มาใช้เพื่อเบิกเงินคนไร้ที่พึ่ง

เปิดช่องโหว่ ! การเบิกจ่ายเงินคนไร้ที่พึ่ง

สำคัญที่สุดคือขั้นตอนที่ศูนย์คนไร้ที่พึ่งต้องทำ “แบบสำรวจข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคม” เพื่อระบุว่าคนไหนที่เข้าข่ายได้รับเงิน มี 4 ขั้นตอน 1 ในพื้นที่ส่งรายชื่อคนไร้ที่พึ่ง   เบื้องต้นเพื่อลงในเอกสารแสดงความจำนง 2ศูนย์ส่งนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่า ชีวิตความเป็นอยู่และคุณสมบัติเข้าข่ายหรือไม่ นักสังคมสงเคราะห์ของศูนย์เป็นผู้ยืนยันข้อมูล   3เสนอให้กับผู้มีอำนาจพิจารณาว่าจะให้การช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือเงิน จำนวนเท่าไหร่ โดยรองผู้อำนวยการศูนย์เป็นผู้ลงนาม และสุดท้ายขั้นตอนที่ 4 อนุมัติโดยผู้อำนวยการศูนย์ มีหน้าที่แทนอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  การทุจริตในหลายพื้นที่เริ่มในขั้นตอนที่สอง เมื่อศูนย์ฯกรอกข้อมูลเท็จ

เบื้องต้นนักสังคมสงเคราะห์ที่ลงนามให้ขั้นตอนที่สอง จะมีความผิด ตามมาตรา 162 วงเล็บ 4 ของประมวลกฏหมายอาญา ว่าด้วย ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท ส่วนการจะสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังของขบวนการนี้ในระดับสูงกว่าผู้อำนวยการศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จะเป็นหน้าที่ของปปช.ต่อไป

 

 

 

 

related