
สมาชิก อบจ.ตรัง แฉ อบจ.ตรัง ซื้อที่ดินสร้างท่าเรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอยู่ในเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์หมู่เกาะลิบง ล่าสุดเตรียมยื่นเรื่องให้ ปปช.ตรวจสอบ
ความคืบหน้า กรณี สมาชิกอบต.ตรัง ออกมาแฉถึงการจัดซื้อที่ดินขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ที่ใช้ก่อสร้างท่าเทียบเรือนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.กันตัง ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ขณะที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ยืนยันว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชทั้งหมด
ล่าสุด วันนี้ (11 มี.ค.) ดาบตำรวจ ชัยวัฒน์ เส้งนุ้ย รองประธานสภาฯคนที่1 และประธานคณะกรรมการติดตามจัดเก็บรายได้และทรัพย์สินของ อบจ.ตรัง ผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว ระบุว่า ในปี พ.ศ.2550 กรมเจ้าท่าต้องการที่ก่อสร้างท่าเทียบเรือให้กับจังหวัดตรัง โดยจะพิจารณาจากความพร้อมขององค์กรปกครองท้องถิ่นโดยเฉพาะเรื่องที่ดิน ซึ่งขณะนั้นอบจ.ตรังไม่มีที่ดินแต่มีความต้องการให้มีท่าเทียบเรือ จึงแสดงทรัพย์สินความพร้อมยินดีให้มีการก่อสร้างไปยังกรมเจ้าท่า หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. 2549 และ 2550 อบจ.ตรังจึงซื้อที่ดินในพื้นที่ หมู่ 2 และ 3 ต.นาเกลือ อ.กันตัง จำนวนเงินกว่า 30 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ดินบริจาค
นอกจากนี้ยังพบว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ตั้งงบประมาณปี 2560 เป็นจำนวน 63 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อที่ดินอีก 30 ไร่ เป็นที่ดินติดท่าเรือ โดยมี ราคาประมาณที่ดินไร่ละ 40,000.บาท แต่ อบจ.จะซื้อเฉลี่ยไร่ละ 2 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเป็นราคาแพงเกินความจริง เเละที่ดินที่จะซื้อนั้นอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เป็นที่ดินของผู้ขายเดิม ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้าราชการที่เป็นคณะกรรมการจัดซื้อไม่ยอมเซ็นต์ โดยมีเหตุผลว่าที่ดินดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และ น.ส.3ก. ซึ่งตามระเบียบพัสดุจะต้องเป็นที่ดินที่มีอาณาเขตแน่นอน ชัดเจน หรือเป็นโฉนดที่ดิน เพราะที่ดิน นส 3 ไม่มีอาณาเขตที่ชัดเจนแน่นอน เนื่องจากคำว่าประมาณ
[caption id="attachment_211370" align="alignnone" width="840"]
ท่าเทียบเรือนาเกลือ ต.นาเกลือ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่กำลังเป็นประเด็นโดยปัจจุบันท่าเรือดังกล่าวหลังจากสร้างเสร็จ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ได้ทำสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ปีละ 1 ล้านบาท เริ่มเช่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และจะสิ้นสุดสัญญาเช่า เดือนกันยายน 2561 นี้ ซึ่งที่ผ่านมากิจกรรมท่าเรือนาเกลือขาดทุนทุกปี ล่าสุด ปี 2560 ตั้งแต่เดือน สิงหาคม – ธันวาคมขาดทุนถึง จำนวน 4,120,000 บาท ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลร้องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ให้เข้ามาตรวจสอบ