
ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาคดีกรณีที่ นายคออิ มี่มิหรือปู่คออี้ ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจาน อายุ 106 ปี กับชาวกะเหรี่ยงรวม 6 คนยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และทส. หลังเข้าไปเผาบ้านขับไล่ชาวกะเหรี่ยงออกจากป่า ซึ่งตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด แถลงความเห็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติโดยมิชอบ
วันนี้ ( 13 มี.ค ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวกะเหรี่ยงป่าแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 4 คน พร้อมนายสมนึก ตุ้มสภาพ ทนายความจากสภาททนายความ เดินทางเข้ารับฟังการพิจารณาคดีที่ศาลปกครองสูงสุด โดยวันนี้ นายคออี้ มีมิ อายุ 106 ปี หรือปู่คออี้ ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งป่าแก่งกระจานไม่ได้เดินทางมาด้วย
โดยคดีนี้ ปู่คออี้ กับชาวกะเหรี่ยงรวม 6 คน ได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่ากระทำการโดยมิชอบ เผาทำลายบ้านและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยง และขอให้ศาลพิพากษาให้ชาวกะเหรี่ยงทั้ง 6 คน กลับเข้าพื้นที่ไปอยู่บ้านเดิม รวมถึงให้กรมอุทยานฯ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชดใช้ค่าเสียหาย
หลังจากศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาก่อนหน้านี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้กระทำการรื้อถอน ทำลายบ้านชาวกะเหรี่ยงโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่การเผาทำลายสิ่งของเป็นการละเมิดให้ชดใช้ค่าความเสียหายให้ชาวกะเหรี่ยงผู้ฟ้องรายละ 1 หมื่นบาท ทั้งชาวกะเหรี่ยงผู้ฟ้องและกรมอุทยานผู้ถูกฟ้องได้ยื่นอุทธรณ์
การพิจารณาครั้งนี้ศาลได้เปิดโอกาสให้คู่ความทั้ง 2 ฝ่าย ได้แถลงสรุปปิดคดี โดยทางผู้ฟ้องไม่ได้กล่าวแถลง มีแต่ฝ่ายผู้ถูกฟ้องที่รับมอบอำนาจมากล่าวแถลง โดยมีตุลาการแถลงเสนอความเห็น
ด้านนายสมนึก ตุ้มสุภาพ ทนายความจากสภาทนายความ กล่าวว่า ที่ตุลาการศาลเสนอความเห็นมีแนวโน้มที่ดี โดยมีความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการเผาทำลายทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น ทั้งที่สามารถขนย้ายออกมาได้ และไม่ปรากฏว่าออกหนังสือคำสั่ง ตามแนวปฏิบัติ ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 จึงมีผลกระทบต่อสิทธิในทรัพย์สินผู้ฟ้องทั้งหมด ในส่วนชดใช้ค่าเสียหายพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางชั้นต้นชดใช้ 1 หมื่นบาท แก่ผู้ฟ้องทั้ง 6 สำหรับคดีนี้ศาลจะนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่ง