
นางอองซาน ซูจี เรียกร้องให้ชาวเมียนมาร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ท่ามกลางความท้าทายจากทั้งในและต่างประเทศ
นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา แถลงผ่านทางโทรทัศน์วานนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี นับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ โดยนางซูจีพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ที่เกิดการปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมากับชาวมุสลิมโรฮิงญา จนทำให้มีชาวโรฮิงญาอพยพหนีตาย ข้ามชายแดนไปยังบังกลาเทศไม่ต่ำกว่า 7 แสนคน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลเมียนมาถูกประณามจากนานาประเทศว่า รัฐบาลใช้กำลังเข้ากวาดล้างชาวโรฮิงญา “เมียนมาต้องเคารพวิสัยทัศน์และเจตนาของประชาคมโลก”
[caption id="attachment_225836" align="alignnone" width="840"]
“รัฐบาลของเราให้ความสำคัญกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และจะฟันฝ่าความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญ ในขณะเดียวกัน สร้างสันติภาพและเสถียรภาพ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศ” ซูจีกล่าว
พร้อมกันนี้นางซูจีย้ำว่า ภารกิจสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลก็คือ ยุติการสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยในประเทศ ที่ทำให้เมียนมาตกอยู่ภาวะเกือบจะเป็นสงครามกลางเมืองมาตั้งแต่ปี 1948 (พ.ศ.2491)
ทั้งนี้ นับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของนางซูจี คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งและเข้ามาบริหารประเทศเมื่อปี 2016 (พ.ศ.2559) นางซูจีถูกคาดหวังอย่างมากที่เข้ามาแก้ไขเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งปัญหาชนกลุ่มน้อย อย่างไรก็ตามแม้พรรคของนางซูจีจะบริหารประเทศแต่ก็ไม่มีอำนาจที่จะควบคุมกองทัพเมียนมา