![[คลิป]รวบแล้ว!หนุ่มหัวร้อนชักปืนขู่กลางแยกไฟแดงเหตุฉุนสาวท้องแก่เหยียบเบรกบ่อย [คลิป]รวบแล้ว!หนุ่มหัวร้อนชักปืนขู่กลางแยกไฟแดงเหตุฉุนสาวท้องแก่เหยียบเบรกบ่อย](https://image.springnews.co.th/uploads/images/md/2018/04/nKvDtjl2y5044IwFc7iZ.jpg?x-image-process=style/LG-webp)
หนุ่มขนส่งหัวร้อนชักปืนขู่หญิงตั้งครรภ์กลางสี่แยกฉุนเบรกบ่อย ตำรวจตามจับทันควัน ที่แท้ปืนปลอม อ้างรีบเอาเงินเข้าธนาคาร ไม่รู้ข้างหน้ามีรถหลายคัน
วานนี้ ( 2 เม.ย.) หญิงตั้งครรภ์ 7 เดือนที่ จ.เชียงใหม่ นำคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้ารถเข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก อ.เมือง หลังจากถูกรถเก๋งคันหนึ่ง ขับจี้ท้ายและบีบแตรไล่ ก่อนแซงซ้ายและชักปืนยืนออกมาข่มขู่ สร้างความตกใจและตัดสินใจแจ้งความเพื่อความปลอดภัย โดยจากคลิปจะเห็นว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวขับมาตาม ถ.โชตนา ขาออก โดยชิดเลนขวาเพื่อเตรียมเลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ด้านหน้า เมื่อขับผ่านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้มีรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนด์เงิน ทะเบียน กพ 9677 เชียงใหม่ ขับจี้ท้ายและกดแตรไล่หลายครั้ง ทั้งที่ตนเองขับรถมาตามปกติ และ ไม่สามารถขับต่อไปได้เนื่องจากมีรถด้านหน้าหลายคัน เมื่อขับถึงสี่แยกข่วงสิงห์ ตนเองได้เลี้ยวขวา จังหวะนั้นรถเก๋งคันที่ตามมาได้แซงซ้าย พร้อมกับเปิดกระจกชักปืนพกสั้นยื่นออกมานอกรถข่มขู่ ทำให้ตนเองหวาดกลัวเป็นอย่างมากเพราะขับมาคนเดียวและยังท้องแก่ หลังจากนั้นจึงตัดสินใจนำคลิปเข้าแจ้งความ
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ได้ตรวจสอบข้อมูลป้ายทะเบียนและเข้าไปนำตัวนายธนารัตน์ เจ้ยไธสงค์ อายุ 31 ปี ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ สถานีขนส่งเชียงใหม่แห่งที่ 1 หรือ ขนส่งช้างเผือก จากบ้านพักในช่วงเช้าวันนี้ ( 3 เม.ย.) และนำตัวมาแจ้งข้อกล่าวหา ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวที่โรงพัก
จากการสอบสวนนายธนารัตน์ สารภาพว่า โมโหที่ผู้เสียหายขับรถช้าและเบรกอยู่หลายครั้ง ประกอบกับตนเองกลัวว่าจะนำเงินของสถานีขนส่งไปเข้าธนาคารไม่ทัน จึงหงุดหงิด กดแตรไล่ เมื่อถึงสี่แยกข่วงสิงห์ตนเองตั้งใจจะเลี้ยวขวาเหมือนกับผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายก็ขับช้าและปิดช่อง ทำให้ตนเองเลี้ยวขวาไม่ได้ ทำให้ต้องตรงไปแทน จึงหงุดหงิดชักปืนอัดลมออกมาขู่ โดยไม่ติดว่าจะถูกแจ้งความ
นายธนารัตน์ บอกว่า ไม่รู้ว่าผู้เสียหายเป็นผู้หญิงขับมาคนเดียวและก็ไม่ทราบว่าตั้งครรภ์ ทำให้ต้องขับช้าและเบรกหลายครั้งเพื่อความปลอดภัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขอโทษผู้เสียหายและจะไม่ทำแบบนี้อีก
ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุหลังเดินทางมาสอบสวนผู้ต้องหาว่า คดีนี้แม้จะเป็นความผิดเล็กน้อย แต่ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนพิมพ์ลายนิ้วมือและนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล ไม่ให้เปรียบเทียบปรับที่โรงพัก เพื่อให้มีประวัติในระบบและให้หลาบจำไม่ไปทำอีก
นอกจากนี้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ยังได้สั่งการให้ทุกโรงพักใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้ส่งผู้ต้องหาในคดีลักษณะนี้ให้ศาลพิจารณาตัดสิน ไม่ให้เปรียบเทียบปรับที่โรงพัก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และ เพื่อป้องปรามสร้างความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีปริมาณรถคับคั่งบนท้องถนน