
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 4 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 5-7 เมษายน ซึ่งกินเวลานานกว่า 2 ระลอกที่ผ่านมา ในพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ รวม 65 จังหวัด โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า กับมีลูกเห็บตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่
วันนี้ (4เม.ย.)เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลาง คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น
ล่าสุดอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้สั่งเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน ระลอกที่ 3 ตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะที่ข้อมูลจากนักอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าการวิเคราะห์ และพยากรณ์อากาศ จะต้องเทียบข้อมูลสภาพอากาศในรอบ 5 และ 10 ปี เนื่องจากสภาพอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มรุนแรงแรงขึ้น แม้ว่าไทยจะเจอกับพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง แต่สถิติพบว่ามีความถี่น้อยลง แต่ความรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งพายุฤดูร้อนสังเกตได้ไม่ยาก เพราะก่อนพายุจะมา สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าวมากล่วงหน้า 2 วัน และก่อนจะเกิดพายุจะมีลมกระโชกแรง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหล แต่ละครั้งที่เกิดพายุฤดูร้อนจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง พายุก็จะพัดผ่านไป แต่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ที่เกิดพายุ