ข่าว ต่างประเทศ

คาดนายกฯมาเลเซีย ประกาศเลือกตั้งศุกร์นี้

ชาวมาเลเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่ 5 ปี จะเวียนมาครั้งหนึ่ง ขณะที่มีการคาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะประกาศเลือกตั้งในวันศุกร์นี้

สื่อมาเลเซียคาดการณ์ว่า นายนาจิบ ราซัค  นายกรัฐมนตรีมาเลเซียจะประกาศยุบสภาในวันศุกร์นี้ เพื่อปูทางสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่  ด้าน New Straits Times หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของมาเลเซีย อ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้งด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นหลังกิจกรรมสวดมนต์ประจำสัปดาห์ช่วงเย็นวันศุกร์นี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังเมื่อวานนี้ สภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ได้ผ่านกฎหมายต่อต้านข่าวปลอม  หรือ เฟคนิวส์ เป็นที่เรียบร้อย โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 6 ปี  ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายต่อต้านข่าวปลอมนี้ ได้รับการปรับแก้จากเดิมที่เสนอจำคุกสูงสุด 10 ปี  เพราะเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากฎหมายนี้เป็นอาวุธของรัฐบาลเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างในช่วงใกล้เลือกตั้ง

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแสดงความกังวลว่าการผ่านกฎหมายดังกล่าวว่าอาจส่งผลต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในมาเลเซียรวมถึงพลเมืองและบริษัทสหรัฐฯ พร้อมกระตุ้นให้รัฐบาลมาเลเซียตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาของกฎหมายดังเคารพสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีราซัคเผชิญกระแสกดดันทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง หลังเขาตกเป็นจำเลยต่อสังคมในข้อหาว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการยักยอกเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯเเละล่าสุด ชาวมาเลเซียยังร้องเรียนเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้นอีกด้วย

อีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคประกาศจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการทั้งประเทศ รวมเป็นเงินราว 1 ล้านล้านบาท ประกอบด้วยการขึ้นเงินเดือนราว 12,100 บาทในเดือนตุลาคมสำหรับข้าราชการพลเรือน และ 6,000 บาทแก่ข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว ซึ่งเงินทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณประจำปีของรัฐ

ปัจจุบัน ประชาชนชาวมาเลเซีย ราว 1.6 ล้านคนประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ  โดยส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายมาเลย์และสนับสนุนพรรคบาริซาน นาซิออนนัลของนายกรัฐมนตรีราซัค

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ หลายฝ่ายกังวลว่า นี่อาจเป็นกลยุทธ์ของรัฐบาลเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากเรื้องอื้อฉาวทางการเงิน