"มาร์ก" เมิน สมคิด จ่อตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่ ขออย่าใช้อำอาจเอาเปรียบการเมือง

"มาร์ก"  เมิน สมคิด จ่อตั้งพรรคหนุนบิ๊กตู่ ขออย่าใช้อำอาจเอาเปรียบการเมือง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันจุดยืนพรรคครบรอบ 72 ปี ประกาศเป็นทางหลักแก้ปัญหาประเทศยืดมั่นระบบเสรีนิยมประชาธิปัตย์ พร้อมเปลี่ยนแปลงพรรคให้ทันสถานการณ์โลก ไม่สน “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เตรียมตั้งพรรคประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก ขอยึดหลักธรรมาภิบาล อย่าใช้อำนาจรัฐเอาเปรียบการเมือง

วันนี้ (6 เม.ย.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง ความท้ายทายของพรรคประชาธิปัตย์ครบรอบ 72 ปี ก้าวขึ้นปีที่ 73 คือการสืบสานอุดมการณ์ ภายใต้การเปลี่ยนของโลกและสังคมไทยอย่างรวดเร็ว ว่าแนวคิดของพรรคสามารถที่จะแก้ปัญหาของประเทศ ดังนั้นพรรคต้องเตรียมความพร้อมในการนำเสนอ แนวความคิดประเทศไทยว่าจะเดินไปอย่างไร ซึ่งพรรคประชาธิปปัตย์เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว และสมาชิกทุกคนเข้าใจแล้ว ว่าจะไปเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไร โดยตั้งใจเป็นทางหลักเพราะขณะนี้ประเทศไม่สามารถเดินหน้าไปได้ เพราะเน้นเฉพาะความมั่นคง กับอนุรักษ์นิยม ใช้กลไกลของราชการในการขับเคลื่อน พรรคไม่สามารถยอมรับประชานิยมและปล่อยให้มีการทุจริตคอรัปชั่นได้ แนวทางที่ชัดเจนของประชาธิปัตย์ให้ระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศไทย ซึ่งแม้จะมีข้อจำกัดด้านกฏหมาย แต่พรรคก็ต้องฝ่าฟันให้ได้ ซึ่งพรรคทำมากกว่าที่กฏหมายกำหนด เช่น ให้สมาชิกมีสิทธิเลือกหัวหน้าพรรค และมีสาขาครอบคลุมมากกว่าทั่วประเทศ และหาสมาชิกให้มากที่สุด ป้องกันการคลอบงำจากพรรค และพรรคจะเดินหน้าต่อไป เพราะกฏหมายและรัฐธรรมนูญที่เขียนอยู่ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคจะทำทุกอย่าง แม้กฏหมายจะมีบทบัญญัติ ที่เป็นอุปสรรค แต่มั่นใจพรรคเดินหน้าได้ ยืนยันพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอนุรักษ์นิยม แต่เป็นเพราะการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้นนาน 10 ปี ทำให้มองว่าอยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่สถานการณ์ปัจจุบัน พรรคชัดเจน ก่อตั้งมาตั้งแต่ 2489 เป็นพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย แลัยืดหมั่นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะมีบทบาทมาก เป็นการผสมผสานคนที่ทำงานการเมืองมาก่อน คนรุ่นใหม่นายพริษฐ์ วัชระสินธุ์ หลานชายตน ก็เคยพูดว่าไม่ใช่เรื่องของคนอายุน้อยหรือคนใหม่ แต่เป็นเรื่องของคนที่อยู่เก่าแล้วคิดใหม่ตลอดเวลา วันนี้พรรคตกผลึกแล้ว ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อสถานการณ์โลก

ยืนยันนโยบายแตกต่างจาก คสช.ที่รวบอำนาจไว้ที่ระบบราชการ แต่ประชาธิปัตย์เน้นกระจายอำนาจ ที่เรียกร้องมาตลอดให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เน้นประชานิยมแบบพรรคเพื่อไทย ไม่ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ แต่ให้ประชาชนตรวจสอบได้ และมีนโยบายด้านความมั่นคง มีระบบรัฐสวัสดิการและสิทธิต่างๆ

ส่วนปัญหาในคำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องแก้ไข เพื่อให้ การทำกิจกรรมสาขาพรรคได้ แต่เรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัยแล้วว่า คำสั่ง คสช.ขัดรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญไปรับรองคำสั่ง คสช. ทำให้กฏหมายย้อนแย้ง หากรัฐบาลยืดถือหลักธรรมภิบาล ต้องการปฏิรูปการเมือง ต้องเคารพองค์กรอิสระ เครพสิทธิของประชาชน ไม่ได้โต้แย้งความเห็นผู้ตรวจแผ่นดิน แต่เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นปัญหา รัฐบาล คสช. สนช.ควรแก้ไข ไม่เช่นนั้นหลังเลือกตั้งมีรัฐบาล ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยแล้วเพิกเฉย จะเป็นปัญหา

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ประกาศสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และมีแนวโน้มจะตั้งพรรคการเมืองว่า การตั้งพรรคเป็นสิทธิของทุกคน ส่วนที่ไม่ปลดล๊อคการเมือง เพราะต้องการแช่แข็งพรรคเก่านั้น ขอให้ยืดหลักธรรมภิบาล เพราะหากเอาอำนาจรัฐมาสร้างความได้เปรียบทางการเมือง จะไม่สามารถปฏิรูปการเมืองได้ ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปพบนายสมคิด ได้มีการชี้แจงแล้วว่าพูดคุยธุรกิจในพื้นที่ EEC ซึ่งนายสกลธี ภัททิยะกุล ได้ยืนยันความเป็นสมาชิกแล้ว แต่นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ต้องรอปลดล๊อคพรรคการเมือง เพราะไปบวชมา ซึ่งไม่กังวลว่าสมาชิกพรรคจะถูกดึงตัวไปร่วมพรรคใหม่

ส่วนการยืนยันสมาชิกพรรคตลอด 6 วัน ยังไม่สามารถสรุปยอดได้ เพราะหลายคนยังติดธุระ ซึ่งตนเองยังไม่พอใจกับยอดสมาชิกที่มายืนยันตน และขออย่าไปมองว่าสมาชิกมากแล้วจะได้เปรียบทางการเมือง แต่เป็นหลักประกันว่าจะไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรคนอกจากประชาชนจึงพยายาม อำนวยความสะดวกเพื่อให้สมาชิกมายืนยันให้มากที่สุด

related