
สหรัฐฯปฎิเสธไม่ได้ยิงถล่มซีเรียตามที่สื่อของรัฐบาลซีเรียรายงาน ซึ่งเป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังผู้นำสหรัฐฯทวิตข้อความประณามการใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนในซีเรีย
สำนักข่าวซานาของรัฐบาลซีเรียรายงานว่า เกิดการโจมตีทางอากาศด้วยขีปนาวุธหลายลูก ถล่มสนามบินเทย์ฟูร์ของกองทัพซีเรีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานว่า เป็นการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ เพราะเกิดขึ้นไม่นาน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ทวิตข้อความประณามกองทัพของรัฐบาลซีเรียที่ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน ทั้งผู้หญิงและเด็ก
ไม่เพียงเท่านั้น ยังกล่าวโทษประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย และอิหร่าน ที่สนับสนุนผู้นำซีเรีย ที่นายทรัมป์เขียนคำว่า “แอนิมอล อัสซาด” หรือเรียกประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ว่าเป็นสัตว์ พร้อมประกาศว่าซีเรียจะต้องชดใช้กับการกระทำดังกล่าว
ด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ปฎิเสธข้อกล่าวหาว่า ดำเนินการโจมตีทางอากาศสนามบินในซีเรียในครั้งนี้ แต่ระบุว่า กระทรวงกลาโหมกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกำลังหามาตรการเพื่อลงโทษผู้ที่อยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย สาเหตุที่ ทำเนียบขาวใช้คำว่า การโจมตีในครั้งนี้ เพราะเมื่อปีที่แล้ว กองทัพสหรัฐฯได้ยิงจรวดโทมาฮอล์คหลายสิบลูก ถล่มโจมตีฐานที่มั่นของกองทัพซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีมาแล้ว
สำหรับกรณีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียนั้น เกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพซีเรีย หนุนโดยรัสเซีย ได้ถล่มเขตโกวตาตะวันออกมายาวนานถึง 7 สัปดาห์ เพื่อกวาดล้างกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นพลเรือนมากกว่า 1 พัน 700 คน และอีกหลายพันคนต้องหนีตายออกจากพื้นที่ ก่อนที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเกิดการใช้อาวุธเคมีประเภทแก๊สคลอรีนในเมืองโดวมาของโกวตาตะวันออก ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ไม่กี่แห่งที่กลุ่มต่อต้านยังยึดครองอยู่ โดยมีผู้บาดเจ็บมารักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยอาการถูกอาวุธเคมีมากกว่า 500 ราย
ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประณามการใช้อาวุธเคมีในซีเรียว่า เป็นการสังหารไม่เลือกหน้าอย่างไร้ความยุติธรรมต่อผู้คนที่ไร้หนทางต่อสู้ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองและทางทหาร เลือกหนทางสู่การเจรจา เพื่อนำมาซึ่งสันติภาพ ไม่ใช่ความตายและการทำลายล้างเช่นนี้