
ฝ่ายค้านมาเลเซียกังวลว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งตรงกับวันพุธอาจส่งผลให้ผู้คนออกไปใช้สิทธิน้อยและสร้างความลำบากให้แก่ผู้คนจำนวนมากที่ต้องใช้สิทธิ์แต่อยู่ในต่างแดน
นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้วิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการการเลือกตั้งมาเลเซียที่ประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 9 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ เนื่องจากเป็นวันธรรมดาแทนวันหยุดสุดสัปดาห์
นายมหาเธร์ ระบุว่า สำหรับชาวบ้านทั่วไป พวกเขาสามารถเดินทางมาลงคะแนนเสียงได้ตามปกติ แต่สำหรับคนทำงานอาจเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาไม่ค่อยสะดวกที่จะเดินทางมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียง นอกจากนี้ เขายังแสดงความกังวลถึงชาวมาเลเซียที่ทำงานอยู่ในสิงคโปร์ราว 5 แสนคน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ว่าอาจถูกลิดรอนสิทธิ์ เพราะ ไม่สามารถลงคะแนนทางไปรษณีย์ได้ และต้องกลับมาลงคะแนนในประเทศเท่านั้น
ขณะที่หลายฝ่าย มองว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งตรงกับวันธรรมดาเป็นความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการทำให้ฝ่ายค้านเสียเปรียบ
ด้าน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงบนเฟซบุ๊กถึงสาเหตุที่กำหนดวันเลือกตั้งตรงกับวันพุธว่า มาเลเซียเป็นประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่รวมกันหลากหลายเชื้อชาติ ในขณะที่บางรัฐมีวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ก็มีบางรัฐที่วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นวันศุกร์และวันเสาร์ ขณะที่ถ้ากำหนดเลือกตั้งวันเสาร์ บางคนยังต้องทำงานครึ่งวัน
ขณะที่บางบริษัท เช่น มาร์เบิ้ล เอมโพเรียม เอสดีเอ็น บีเอชดี อนุญาตให้พนักงานลางานได้ 3 วัน ระหว่างวันที่ 8 พฤษภาคม ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม และ จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน รวมถึงมอบเงินช่วยเหลือราว 3,000 บาท สำหรับพนักงานบางคนที่มีความจะเป็นต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง โดยนายซิม เยน เปง เจ้าของบริษัท ระบุว่า เขาทำเช่นนี้เพราะการไปลงคะแนนเสียงเป็นความรับผิดชอบของประชาชนต่อประเทศและตอนนี้เขาได้อนุมัติการลางานสำหรับพนักงานทั้งหมด 11 คนแล้ว
ด้าน สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ และสายการบินลูกอย่าง ไฟร์ฟลาย และ มาสวิงส์ รวมถึง แอร์เอเชียประกาศยกเลิกเก็บค่าธรรมเนียมเปลี่ยนตั๋วเดินทางทั้งในและระหว่างประเทศที่เดินทางระหว่างวันที่ 8 และ 10 พฤษภาคม โดยจะอนุญาตให้ผู้โดยสารสามารถทำการเปลี่ยนวันที่หรือเวลาในการเดินทางได้เพียงครั้งเดียว และต้องทำภายใน 10 วันนับจากวันนี้
ส่วนบรรยากาศการหาเสียงล่าสุด หลายพรรคพุ่งเป้าที่เยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญและการเลือกตั้งครั้งนี้ มีเยาวชนราว 32 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนทั่วประเทศ ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ เช่น บาริซาน นาซิออนนัลหรือ พรรคแนวร่วมรัฐบาลของมาเลเซีย นำโดยนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคของมาเลเซียประกาศนโยบายที่เน้นในเรื่องของโอกาสในการหางาน รวมถึง การฝึกอบรมทักษะต่างๆ