
หลังสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรประกาศร่วมมือกันตอบโต้ซีเรียกรณีใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชน ล่าสุดรัสเซียเตือนสหรัฐฯว่าการโจมตีทางอากาศที่ซีเรียอาจนำไปสู่สงครามได้
เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ นายวาสสิลี เนเบนเซีย ระบุว่า สิ่งจำเป็นเร่งด่วนตอนนี้ก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม เขากล่าวหา “รัฐบาลสหรัฐฯว่านำความเสี่ยงมาสู่สันติภาพโลก และสถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะบรรดาชาติมหาอำนาจตะวันตกกำลังเตรียมการโจมตีซีเรีย แต่รัสเซียในฐานะที่เป็นพันธมิตรก็ซีเรีย ขอต่อต้านการกระทำเช่นนี้”
นอกจากนี้นายเนเบนเซียยังย้ำว่า มีแนวโน้มที่จะสถานการณ์จะแย่ขึ้นและอันตรายเพราะกองทัพรัสเซียนั้นประจำการอยู่ในซีเรียด้วย
ก่อนหน้านี้ ทางการรัสเซียเตือนว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯจะถูกสอยทันทีหากเป้าหมายการโจมตีนั้นมีเจ้าหน้าที่รัสเซียตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย
ด้านนายเซอร์เกย ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียระบุล่าสุดว่า รัสเซียมีหลักฐานชัดวาการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียนั้นมีหน่วยสืบราชการลับต่างชาติร่วมปฏิบัติการ และเป็นหน่วยสืบราชการลับของชาติที่เป็นแนวหน้าในการต่อต้านรัสเซียด้วย
ขณะที่ รัฐบาลอังกฤษได้ส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะหนุนหลังปฏิบัติการของสหรัฐฯในการโจมตีซีเรียแล้ว โดยบอกว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ระบอบอัสซาดนั้นใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชน และไม่สามารถปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปได้
การประชุมคณะรัฐมนตรีของอังกฤษเมื่อวานนี้ได้เห็นชอบว่าจำเป็นต้องมีมาตรการต่อซีเรีย แม้ไม่ได้มีการแจงรายละเอียด แต่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ย้ำว่า อังกฤษจะร่วมมือกับสหรัฐฯและฝรั่งเศสในตอบโต้ซีเรีย
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯได้ส่งสัญญาณที่สับสนต่อเรื่องนี้ ในช่วงแรกเขาประกาศว่าพร้อมโจมตีทางอากาศทันที และขู่รัสเซียว่าให้เตรียมรับมือ แต่ต่อมาเขากลับกล่าวว่ายังไม่ได้บอกว่าจะโจมตีซีเรียเมื่อไหร่ อาจจะเร็วๆนี้ หรืออาจจะไม่เร็วๆนี้ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม ทั้งสหรัฐฯและอังกฤษมีแสนยานุภาพทางทหารในตะวันออกกลางพร้อมอยู่แล้ว เช่นเรือพิฆาตที่บรรทุกขีปนาวุธนำวิถีของสหรัฐฯที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในขณะที่สื่ออังกฤษรายงานว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เรือดำน้ำของอังกฤษมุ่งหน้าไปยังวิถีขีปนาวุธทีใกล้ซีเรียแล้ว
ทั้งนี้ องค์กรห้ามอาวุธเคมีระบุว่าผู้เชี่ยวชาญกำลังเดินทางไปซีเรียเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เมืองดูมา ในโกตาตะวันออกซึ่งมีการใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนไปอย่างน้อย 75 คนแต่ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดของซีเรียปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีการใช้อาวุธเคมี และข้อหาดังกล่าวเป็นการปั้นแต่งขึ้น