
แม้แนวโน้มสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะดูออมชอมกันมากขึ้น แต่ชาวจีนจำนวนไม่น้อย มองว่าคำขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน เหมือนการดูถูกพวกเขา จนออกมาเรียกร้องให้ร่วมกันคว่ำบาตรสินค้าอเมริกัน โดยไม่ต้องรอมาตรการจากภาครัฐ เราไปติดตามเรื่องนี้จากรายงาน
จากความขัดแย้งทางการค้า ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่จะตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจากจีน เมื่อไม่นานมานี้ ในทางปฎิบัตินั้น แม้จะยังไม่เกิดขึ้นจริง และดูเหมือนสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย จากท่าทีเป็นมิตรมากขึ้นระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ แต่วาทกรรมที่พุ่งเป้ามาที่สินค้า “เมด อิน ไชนา”นั้น ได้ปลุกเร้ากระแสชาตินิยมในประชาชนชาวจีน ที่ออกมาเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ ให้เพื่อนร่วมชาติทั้งในจีนและทั่วโลก ร่วมกันคว่ำบาตรสินค้าและแบรนด์อเมริกา
ยกตัวอย่าง ข้อความที่ปรากฎบนวีแชท ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมของจีน รวมถึงเวยป๋อ เว็บไซต์แบบไมโครบล็อกกิ้ง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่า “เพื่อนร่วมชาติทุกคน แผ่นดินแม่ของเรากำลังเผชิญความยากลำบาก เราต้องสามัคคีกันสนับสนุนสินค้าจีน เพื่อช่วยกันปกป้องเศรษฐกิจของเรา” และข้อความทำนองว่า “สหรัฐฯโจมตีเราก่อนในสงครามทางการค้านี้ ดังนั้น เป็นความรับผิดชอบของชาวจีนทุกคนที่จะมาคว่ำบาตรสินค้าอเมริกัน”
แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ขนาดเล็กที่เป็นของรัฐบาลจีน อย่างโกลบอล ไทมส์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว ให้เหมือนสมัยที่ร่วมทำสงครามเกาหลีในอดีต อย่าให้เกรงกลัวถึงผลพวงและความสูญเสีย
แต่ในโลกความเป็นจริง กลายเป็นว่า ธุรกิจและสินค้าอเมริกันในจีนนั้น ยังคงได้รับความนิยม สังเกตได้จากแฟรนไชด์ร้านอาหารอย่าง แมคโดนัลด์และเคเอฟซี ที่ประชาชนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งสาขาที่อยู่ติดกับกระทรวงต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่งด้วย
เมื่อสอบถามประชาชนที่เข้ามารับประทานอาหารในร้าน พวกเขาบอกว่า เห็นข้อความลักษณะนี้เหมือนกัน แต่ก็ลบทิ้งไป ไม่ได้สนใจ และมองว่า คนที่แชร์ข้อความลักษณะนี้ เพียงแค่ต้องการสร้างความวุ่นวาย หรือแม้แต่ในร้านดังกิน โดนัท ผู้คนพูดติดตลกว่า โดนัทนี่เป็นสัญลักษณะของจักรวรรดินิยมและการล่วงล้ำทางตลอดของชาวอเมริกันหรือ
อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สินค้าอเมริกันตกเป็นเป้าหมายการคว่ำบาตรของชาวจีน เพราะเมื่อปี 2016 มีภาพชาวจีนทุบโทรศัพท์มือถือไอโฟน ที่แชร์กันไปทั่วในสังคมออนไลน์ เพื่อประณามสหรัฐฯที่สนับสนุนฟิลิปปินส์ ต่อกรณีข้อพิพาทน่านน้ำในทะเลจีนใต้ ที่จีนอ้างสิทธิถือครอง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีผู้ประท้วงหลายสิบคนไปตะโกนต่อต้านสหรัฐฯ หน้าร้านเคเอฟซีอีกด้วย
แม้สินค้าและแฟรนไชด์อเมริกันในจีน จะไม่เกิดผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม แต่กลายเป็นว่าธุรกิจไวน์ค่อนข้างกระทบหนัก ยกตัวอย่าง ที่ปรึกษาไวน์ในกรุงปักกิ่งระบุว่า ลูกค้าหลายคนขอเปลี่ยนไวน์อเมริกัน เป็นยี่ห้อของประเทศอื่น เพราะมองว่าไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของร้าน / โดยข้อมูลของสถาบันไวน์แคลิฟอร์เนียนั้นระบุว่า จีนเป็นผู้นำเข้าไวน์ของแคลิฟอร์เนียรายใหญ่อันดับ 5 ในปี 2017 ดังนั้น การที่จีนขู่จะขึ้นภาษีไวน์ 15 เปอร์เซ็นต์นั้น จะทำให้ราคาไวน์อเมริกันในจีน แข่งขันด้านราคาได้ลำบากนั่นเอง