เรื่องร้อนรอบวัน : เริ่มเกมส์เปิดดีลการเมือง ? [คลิป]

เรื่องร้อนรอบวัน : เริ่มเกมส์เปิดดีลการเมือง ? [คลิป]

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ครม. แต่งตั้ง "สนธยา คุณปลื้ม" นั่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี- "อิทธิพล คุณปลื้ม" ผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา

วานนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครม.สัญจร จ.จันทบุรี ในระหว่างวันที่ 5-6 ก.พ.นั้น นายสนธยา หัวหน้าพรรคพลังชลได้นำทีมอดีต ส.ส.ไปพบกับคณะของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งกลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งมีอดีต ส.ส.อยู่ในจังหวัดสุโขทัย ชัยนาท และราชบุรี ท่ามกลางกระแสข่าวว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มีความพยายามรวบรวม อดีต ส.ส.เพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และแต่งตั้งนายสันติ กีระนันทน์ อดีตรองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม

สนธยา แจง สมคิด ทาบไร้เงื่อนไขร่วมพรรคจัดตั้งใหม่

วันนี้( 18 เม.ย.)รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซไทยแลนได้นำกรณีการแต่งตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นั้น โดยวานนี้ในรายการได้พูดคุยกับ นายสนธยา เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อยู่เบื้องหลังบิ๊กดิลในครั้งนี้ ซึ่งหมายถึง ดิลทางการงาน มิใช่ ดิลทางการเมือง

โดย นายสนธยา ให้สัมภาษณ์ในรายการวานนี้ว่า ตนทำงานในนามของพรรคพลังชน และทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีเงื่อนไขที่จะต้องเข้าไปอยู่ในพรรคที่จะตั้งขึ้นมาใหม่

เมื่อพิธีกรถามว่า มีการทาบทามโดยนายสมคิด หรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ก็ใช่ครับตามที่ท่านนายกฯได้บอก ว่า ท่านรองนายกฯ กับท่านรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยในเรื่องของ ECC ในฐานะที่ตนเป็นผู้อยู่ในพื้นที่ในส่วนของการเมืองระดับประเทศ การเมืองส่วนท้องถิ่น หรือทางภาคประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนด้าน ECC ได้ ทางตนมีความสัมพันธ์และสามารถพูดคุยกันได้ตลอด จึงอยากให้โอกาสเข้ามาทำงานตรงนี้ โดยผมคิดว่าหากมีโอกาสได้เข้ามาทำงานตรงนี้ ตนสามารถนำข้อมูลอีกด้านเพื่อนำเสนอในการขับเคลื่อน EEC ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

เมื่อพิธีกรถามว่าจากการทาบทามของ นายสมคิด นั้นได้มีการพูดคุยถึงจุดยืนทางการเมืองหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ในเรื่องอนาคตมันเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นเงื่อนไขว่าจะต้องทำงานร่วมกันในอนาคต แต่ก็มีพูดคุยกันเรื่องการเมือง ซึ่งตรงนี้ผมไม่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคพลังชนแน่นอน

คุณหญิงสุดารัตน์  ชี้สะท้อน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเป็นนายกฯต่อ

วันนี้( 18 เม.ย.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลดึงนายสนธยา คุณปลื้มเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนั้น ถือว่ามีความชัดเจนอยุ่แล้วว่าพลเอกประยุทธ์ จะเข้ามาสู่การเมืองและต้องการเป็นนายกต่อ ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว โดย คสช.เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อต่อการให้ผู้มีอำนาจในขณะนี้ได้สืบทอดอำนาจต่อไป จึงสามารถเข้ามาได้ในหลายวิธี คือ การเลื่อนการเลือกตั้ง หากเลื่อนไม่ได้ ก็ต้องหาวิธีที่ทำมห้การเลือดตั้งได้เปรียบที่สุด ซึ่งสามารถใช้อำนาจที่มีอยู่ได้ แต่จะทำให้การกติกาตามระบอบประชาธิปไตยบิดเบี้ยวไป ตั้งแต่การให้อำนาจ สว ที่แต่งตั้งสามารถเลือกนายกฯ ได้ ซึ่งคนแต่งตั้งกับอำนาจที่มาจากประชาชน แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งมาแต่งตั้งคน 250 คนให้มีอำนาจเท่ากับคนที่ประชาชนเลือก จึงเป็นการปูทางสู่การสืบทอดอำนาจที่ชัดเจนอยู่แล้ว และเป็นการตัดสิทธิของประชาชนอย่างมาก ทำให้การเข้าสู่ประชาธิปไตยไม่ใช่ ปชต. อย่างแท้จริงและไม่สะท้อนความต้องการของ ปชช และใครจะเข้าสู่การเมืองเป็นเรื่องที่ทุกคนยินดีที่พลเอกประยุทธ์จะแสดงตัวให้เกิดความชัดเจนว่าจะเข้าสู่การเมือง และเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา

“พลเอกประยุทธ์อยากเข้าการเมืองก็แสดงตัวและบอกมาเลยว่าจะสังกัดพรรคใด นักการเมืองทุกคนก็ประกาศชัดเจนว่าอยู่ตรงไหน ถึงแม้ว่า คสช จะได้เปรียบจากวิธีการต่างๆ ที่อำพลางไว้ก็ไม่ควร มันควรจะต้องสง่างามในการกลับเข้ามาแล้วให้ประชาชนตัดสินใจ ให้ประชาชนเลือก ขณะเดียวกัน ในช่วงที่อยู่ในอำนาจ ถ้าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็จะไม่ทำการใดๆ ที่จะเอาเปรียบคู่แข่งการเมืองอื่นๆ แต่ขณะนี้มีการตั้งคำถามว่าทั้งงบประมาณไทยนิยมถูกมองว่าเป็นการปูฐานเสียงและมีมาตรา 44 ห้ามทุกพรรคดำเนินกติกาการเมือง แต่กลับใช้งบประมาณและอำนาจอย่างเต็มที่ ใช้ฝ่ายเดียว โดยห้ามคู่แข่งทุกพรรคห้ามเคลื่อนไหว ซึ่งไม่ใช่กติกาที่ยุติธรรม ไม่ใช่สิ่งที่สุภาพชนที่ควรทำ เป็นการเอาเปรียบทุกมิติ และไม่เหมาะสม ถ้าเงินจำนวนนั้นทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จริง ยังถือว่าสนับสนุนได้ แต่ถ้าดูงบประมาณกว่าล้านล้านบาทที่ไปสู่รากหญ้าหรือเศรษฐกิจฐานราก ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ สุดท้ายกลายเป็นการทำเพื่อคะแนนเสียง ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าพลเอกประยุทธ์จะกลับคำ แต่เมื่อตัดสินใจแล้วควรเปิดเผยความตั้งใจและวิธีการให้เกิดความสง่างามว่าจะอยู่พรรคไหน หรือสนับสนุนพรรคไหน ซึ่งจะไม่มีใครว่าอะไรได้ เพราะการที่มีคนอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนเป็นเรื่องที่ดี แต่วิธีลับลวงพรางจะยิ่งทำให้ทุกคนตั้งคำถาม ถ้าเปิดเผยและแข่งกันก้วยกติกาที่เป็นธรรม ประชาชนจะได้ตัดสินใจเอง และอาจจะเลือกพลเอกประยุทธ์ได้ ไม่ใช่ใช้อำนาจกดหัวคนอื่น ใช้อำนาจเพื่อหาประโยชน์เข้าตัวเอง ”

 

 

 

related