
สุนัขอากิตะ สายพันธุ์ดังจากญี่ปุ่น ที่ใครเห็นก็ต้องรัก ตอนนี้ ความต้องการในต่างประเทศสูงจนแซงหน้าผู้ซื้อในญี่ปุ่นไปแล้ว
หากใครเคยไปสถานีรถไฟชิบูยะในกรุงโตเกียว อาจเคยเห็นรูปปั้นฮาจิโกะ สุนัขพันธุ์อากิตะ ที่รอเจ้านายที่เสียชีวิตไปแล้วอยู่หน้าสถานีนานเป็นสิบปี จนชาวญี่ปุ่นสรรเสริญในความจงรักภักดี เรื่องราวของเจ้าฮาจิโกะ ยังนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดยริชาร์ด เกียร์ในปี 2009 ริชาร์ด เกียร์เองยอมรับว่า หลงรักในสุนัขอากิตะเสียแล้ว
ภายหลังภาพยนตร์ออกฉาย สุนัขอากิตะเป็นที่นิยมในชาวต่างชาติมากขึ้น และไม่เพียงแต่ดาราฮอลลีวู้ด แต่นักแสดงฝรั่งเศส อาแล็ง เดอลง และนักสเก็ตลีลาชาวรัสเซีย อาลีนา ซากีโตวาเอง ต่างก็คลั่งไคล้เจ้าสุนัขอากิตะอย่างมาก โดยเฉพาะนางสาวซากีโตวา ที่กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ เพราะเธอบอกว่ารักแรกพบสุนัขอากิตะ ตอนที่เห็นบนรถไฟ ช่วงเก็บตัวซ้อมในญี่ปุ่น
แต่สำหรับโอซามุ ยามากูจิแล้ว ไม่แปลกใจนักที่ไม่ว่าใครก็จะหลงรักสุนัขอากิตะ และชาวต่างชาติสั่งซื้อสุนัขอากิตะจากเขามาต่อเนื่องนาน 20 ปีแล้ว โดยเฉพาะช่วงหลังมานี้ ผู้ซื้อชาวต่างชาติ มากกว่าชาวญี่ปุ่นด้วยซ้ำ
ฟาร์มเพาะอากิตะอินุของยามากูจิ อยู่ในเมืองทากาซากิ ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร...ช่วงๆหนึ่ง เขาจะมีสุนัขอากิตะอยู่ 20 ตัว สำหรับจำหน่าย เพราะความต้องการสูงมาก ส่วนราคานั้นอยู่ที่ตัวละ 5 หมื่น 8 พันบาท ลูกค้าต่างประเทศส่วนใหญ่ก็มาจาก สหรัฐฯ รัสเซีย และจีน แล้วยังมีฝรั่งเศส อียิปต์ คูเวต และอินโดนีเซียด้วย ทำให้เขาต้องบินไปส่งสุนัขด้วยตนเองปีละราว 20 ครั้ง เพราะเขาต้องมั่นใจว่า เจ้าของที่ซื้อไปมีบ้านที่เหมาะสำหรับสุนัขอากิตะ
[caption id="attachment_242503" align="aligncenter" width="1602"]
ด้านสมาคมเพื่อการอนุรักษ์สุนัขอากิตะเองเปิดเผยว่า เจ้าของสุนัขในต่างประเทศ เพิ่มสูงต่อเนื่องและรวดเร็ว จากเพียง 33 ตัวในปี 2005 เป็น 359 ตัวในปี 2013 และสูงถึงเกือบ 4 พันตัวในปี 2017
อากิตะนั้น แต่เดิมเป็นสายพันธุ์หมานักล่า จากตอนเหนือของญี่ปุ่น พวกมันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ สูงถึง 60 ถึง 70 เซ็นติเมตร น้ำหนักระหว่าง 40 ถึง 50 กิโลกรัม โดดเด่นด้วยสีขนน้ำตาลทอง หูชี้ตั้ง ท่วงท่ายืนตรง ในตาลุ่มลึก และโครงหน้าคล้ายหมี / สุนัขอากิตะ ยังเป็นหนึ่งในหกสายพันธุ์สุนัข ที่รัฐบาลญี่ปุ่นขึ้นบัญชีเป็นสมบัติของชาติด้วย
แต่ก็ต้องยอมรับว่า จำนวนเจ้าของสุนัขอากิตะในญี่ปุ่น ลดลง แต่ละปีมีคนนำสุนัขมาขึ้นทะเบียนไม่ถึง 3 พันตัว จากที่เคยพุ่งสูงกว่า 4 หมื่นตัว เมื่อ 40 กว่าปีก่อน เหตุผลมาจากที่อยู่อาศัย เพราะแม้คนจะอยากเลี้ยง แต่ชาวญี่ปุ่นมีบ้านไม่ใหญ่พอจะเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์ใหญ่แบบอากิตะ อีกทั้ง อพาร์ตเมนต์หลายแห่งมีนโยบายห้ามเลี้ยงสัตว์ด้วย
[caption id="attachment_242496" align="aligncenter" width="1600"]
โคสุเกะ คาวากิตะ ประธานสมาคมเพื่อการอนุรักษ์สุนัขอากิตะในโตเกียว "ผมคิดว่า เป็นเพราะสีขนของพวกมัน พวกมันยังเป็นสุนัขที่น่ารักมาก มีนิสัยที่ชอบออดอ้อน ส่ายหัวและหาง เดินไปหาเจ้าของ สุนัขอากิตะยังมีท่วงท่าตรง น่าเกรงขาม เวลาที่พยายามทำอะไรสักอย่างที่แน่วแน่"[/caption] ![]()
สำหรับยามากูจินั้น เขาดีใจที่สุนัขอากิตะ มีชาวต่างชาติหลงรักจำนวนมาก แต่ก็หวังว่าจะไม่เป็นแค่กระแสชั่วครั้งชั่วคราว และชาวญี่ปุ่นเองก็มีบทบาทสำคัย เพื่อเพาะพันธุ์สุนัขอากิตะต่อไป