
หลังจีนผู้นำเข้าเศษพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกาศงดนำเข้าขยะมูลฝอย ก็ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือญีปุ่น ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าเศษกระดาษที่สำคัญของจีน แต่ล่าสุด บรรดาผู้ผลิตกระดาษญี่ปุ่นเล็งเห็นข้อได้เปรียบจากนโยบายห้ามดังกล่าว
บรรดาผู้ผลิตกระดาษญี่ปุ่นกำลังใช้ข้อได้เปรียบจากนโยบายงดนำเข้าขยะมูลฝอยของจีนโดยจะซื้อเศษกระดาษเพื่อเป็นวัตถุดิบ แปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเป็นแหล่งนำเข้าเศษกระดาษที่สำคัญของจีน โดยจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นส่งออกเศษกระดาษทั่วโลกเฉลี่ยราว 3.5 พันล้านตันต่อปี โดย70 เปอร์เซ็นต์ของเศษกระดาษทั้งหมดนั้นถูกส่งไปยังจีน
ทั้งนี้ เมื่อจีนประกาศงดนำเข้าขยะมูลฝอยจากต่างประเทศใน 24 ประเภท รวมทั้งพลาสติกและกระดาษบางประเภทเมื่อช่วงต้นปีนี้ ทำให้อุตสาหกรรมการรีไซเคิลของญี่ปุ่นเกิดความสับสนวุ่นวายและพยายามหาตลาดใหม่สำหรับการรีไซเคิล
ด้วยปริมาณกระดาษที่โรงงานรีไซเคิลในญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาลดลงมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และทำให้ผู้ผลิตกระดาษ เช่น โอจิ โฮลดิ้ง สามารถซื้อวัสดุเพื่อรีไซเคิลได้มากขึ้น ซึ่งนายโยชิอากิ ทาเคดะ เจ้าของโอจิ โฮลดิ้ง หนึ่งในผู้ผลิตกระดาษชั้นนำของญี่ปุ่น กล่าวว่ การจัดหากระดาษได้ง่ายมากขึ้นจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆเช่น จีน
ขณะที่ข้อมูลล่าสุด เปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นส่งออกกระดาษแข็งไปยังตลาดทั่วโลก143 ,000 ตันเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 54 เปอร์เซ็นต์
มาดูระบบการจัดการขยะของอินเดียกันบ้าง นักพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของอินเดียจำนวนมากต่างกังวลเกี่ยวกับความสะอาดของแม่น้ำคงคา หลังมีขยะพลาสติกถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรเกือบ 120,000 ตันต่อปี
"เราไม่มีระบบการจัดการของเสียที่เป็นพลาสติกและยังไม่มีระบบการจัดการขยะมูลฝอย และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมขยะพลาสติกจำนวนมากจึงถูกทิ้งลงสู่แม่น้ำ"กล่าวโดยราเคช ไจสวัล นักพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
ในอินเดีย ผู้คนมักทิ้งขยะมูลฝอยไม่เป็นที่และเนื่องจากพลาสติกในอินเดียมีราคาถูก จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุว่าทำไมผู้คนจึงนิยมใช้พลาสติก ขณะที่ระบบบริหารจัดการขยะในอินเดียยังไม่ได้มาตรฐาน หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ก็อาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงและเกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในที่สุด