
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เสนอ.ให้คณะกรรมการอาหารและยา ยกเลิกการจดแจ้งเครื่องสำอางออนไลน์ เเก้ปัญหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมาย
วันนี้(26เม.ย.)นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการโฆษณาสินค้าในเครือบริษัท เมจิกสกิน ว่า หนึ่งในวิธี ที่จะช่วยลดปัญหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมายคือ คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ควรต้องยกเลิกจดแจ้งขออนุญาตผลิตเครื่องสำอางออนไลน์ ควรใช้วิธีจดแจ้งโดยตรงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นหลักฐานการยืนยันผู้ผลิตและสถานที่ผลิต ว่าเป็นไปตามที่ระบุไว้หรือไม่
ส่วนการรีวิวผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องของดารา ที่รับรีวิว ดาราจะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ เพราะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในตัวสินค้า จึงถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย
เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยังให้ข้อมูลกับสปริงนิวส์ทีวี ถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลังจดทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย. แล้ว ดังนี้
1.ผลิตภัณฑ์ จำพวกยา จะต้องจดทะเบียนกำกับผลิตภัณฑ์กับ อย. แบบเข้มข้น และห้ามโฆษณา ยกเว้นยาสามัญประจำบ้าน อย่าง พาราเซตามอล สามารถโฆษณาได้ หากมีการโฆษณาถือว่าผิดกฎหมาย
2.ผลิตภัณฑ์ จำพวกอาหาร จะต้องจดทะเบียนกำกับผลิตภัณฑ์กับอย. แบบเข้มข้น แต่สามารถโฆษณาได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่ระบุว่าสามารถช่วยรักษาโรคอะไรได้ ผู้ประกอบการจึงมักจะเลี่ยงไปใช้คำว่าอาหารเสริมต่างๆ แทน หรือโฆษณษว่าเป็นยา ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่จะไม่ขออนุญาตเพราะหากขออนุญาต คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จะไม่ผ่าน อย.
3.ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนกำกับผลิตภัณฑ์กับ อย. แต่ต้องจดแจ้งผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ E-Submission ซึ่งเป็นการดำเนินการจดแจ้งผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งระบบนี้นี่เองเมื่อตรวจสอบแล้วจะพบว่ามีผลิตภัณฑ์ถึง 90% ที่ไม่มีสถานประกอบการอย่างแท้จริง เป็นการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ปลอม หากจะป้องกันปัญหาผลิตภัณฑ์ปลอมและไม่ได้มาตรฐาน อย. จะต้องเปลี่ยนระบบการจดแจ้งผ่านออนไลน์
นางสาลี ย้ำด้วยว่า นอกจากนี้ อย.จะต้องตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้ผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจจะผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดอย่างแท้จริง ซึ่งกฎหมายที่ออกมาควบคุมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนี้ เพิ่งมีการประกาศใช้ไม่นาน หากใครที่โฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ชวนเชื่อเกินจริง หรือมีข้อความที่เป็นเท็จ จะถูกปรับไม่เกิน 1 แสนบาท ติดคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำ ทั้งปรับ