
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผย มีคนยืนยันว่าคนในรัฐบาลบอกว่ามีการสกัดกลุ่มทุนหนุนพรรคการเมือง ปิดทางเข้าสภา เตือนแม้จะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่ทำตามเจตนารมณ์ประชาชน มีปัญหาแน่
วันนี้(27เม.ย.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้รับคำยืนยันว่ามีคนในรัฐบาลพูดว่ามีความพยายามจะสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มทุนเข้ามาสนับสนุนพรรคการเมือง แต่พรรคไม่ติดใจ และยืนยันจะสู้ตามแนวทางที่ถูกต้องแม้เสียเปรียบ พร้อมเปรียบเปรยว่าคนที่ทำอะไร "ไม่อาย" ก็จะได้เปรียบ จึงขอเรียกร้องให้มีการแข่งขันกันอย่างเสมอภาค แล้วประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบในผลการเลือกตั้ง และเมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ก็ควรที่จะเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน โดยแม้จะมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเลือกนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ฟังเสียงประมาชน เชื่อว่าในอนาคตจะมีปัญหาแน่ เพราะหากเริ่มต้นการเข้าสู่อำนาจที่ไม่สุจริตแล้ว จะเกิดปัญหาความขัดแย้งตามมาอย่างแน่นอน
"เวลาเขามาทาบทาม เขาก็จะบอกว่าไปอยู่กับเขาเถอะ เพราะถ้าอยู่ที่นี่ ไม่มีใครสนับสนุนเรื่องทุน เพราะเขาดูแลได้ "
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าแม้จะมีกระแสทาบทามอดีตส.ส.ไปสังกัดพรรคใหม่ แต่ยังมั่นใจว่า อดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่ยังพร้อมที่จะทำงานกับพรรค และยังไม่มีใครมาบอกว่าจะไปอยู่ที่อื่น ยกเว้น 1-2 คนที่มีเหตุผลส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ต้องเคารพการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามขณะนี้พรรคมีคนรุ่นใหม่อายุ 25-30 ปีเศษที่ต้องการเข้ามาทำงานการเมือง และพร้อมที่จะอยากจะมาช่วยพัฒนาบ้านเมือง ซึ่งพรรคเตรียมพร้อมที่จะปฏิรูปพรรค ให้สมาชิกมีส่วนร่วมโดยตรงในการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรค
สำหรับกรณีที่มีการทำนายว่าพรรคประชาธิปัตย์ต้องจับมือพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การเป็นฝ่ายค้าน คงไม่ต้องจับมือกัน และพรรคยืนยันทำงานตามอุดมการณ์และแนวทางของพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่อยากให้พูดอะไรล่วงหน้า เพราะไม่มีใครทราบว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร
ส่วนกรณีที่รัฐบาลจัดประชุมครม.สัญจรไปที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลทำระบบสัญจรมานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งทำ แต่คงต้องรอดูรูปแบบว่าทำเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน ตอบสนองประชาชนได้ดีขึ้นก็ถือเป็นเรื่องดี ไม่มีปัญหาอะไร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เตรียมชุมนุมใหญ่ในเดือนหน้าว่า เราต้องเคารพสิทธิของคนที่ต้องการแสดงออกที่มีความเห็นต่าง ขณะเดียวกันคงไม่มีใครอยากเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะเกรงจะมีความสุ่มเสี่ยงที่บ้านเมืองจะหันเห แทนที่จะกลับสู่เส้นทางการเลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการยืนยันสมาชิกพรรคเดิมที่ใกล้ครบกำหนดในสิ้นเดือนนี้ว่า มีรายงานเข้ามาว่ามีสมาชิกยืนยันหลักหมื่น ซึ่งลดลงจำนวนมาก. แต่ไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะไม่สามารถจัดกิจกรรมหรือประชาสัมพันธ์ได้ ต้องใช้วิธีสื่อสารถึงตัว และสมาชิกจำนวนมากเป็นสมาชิกอยู่แล้ว จึงไม่เข้าใจว่าทำไมต้องยืนยันและทำไมจะต้องจ่ายเงิน ทั้งที่เคยจ่ายมาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยืนยันสมาชิกได้ทันตามกำหนดเวลา เพราะต้องใช้เวลาในการพูดคุยทำความเข้าใจ แต่ประเด็นนี้ได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วว่าเป็นข้อจำกัด และขณะนี้สิ่งที่น่ากังวลคือการจัดทำเอกสารเพื่อส่งกกต.ที่จะต้องดำเนินการในเวลาจำกัดด้วย.