“สมชัย” ติงกระบวนสรรหา กกต.รวบรัด ได้คนไม่หลากหลาย

“สมชัย” ติงกระบวนสรรหา กกต.รวบรัด ได้คนไม่หลากหลาย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร วิจารณ์กระบวนสรรหา กกต.รวบรัด ได้คนไม่หลากหลาย เสมือนเป็นที่อยู่ของคนเกษียณอายุราชการ

วันนี้(3พ.ค.)นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.  กล่าวว่า นาทีนี้ต้องแสดงความยินดีต่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการสรรหาเป็น กรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 5 คน  เชื่อว่าทุกท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม  อย่างไรก็ตามขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ กระบวนการและผลการสรรหาดังนี้

1) ผู้ผ่านการสรรหา 4 ใน 5 คน มาจากคุณสมบัติตาม มาตรา 8(1)(ก) คือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการมาไม่น้อยกว่า 5 ปี   อีก 1 คน มาจากมาตรา 8(1)(ค) คือ ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ไม่น้อยกว่า 5 ปี  แต่ไม่มีผู้ที่มีคุณสมบัติในวงเล็บอื่นๆเข้ามา เช่น (ข) ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ (ง) ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบรับรองจากองค์กรวิชาชีพ เช่น ทนาย ครู  (จ) ผู้มีความรู้ชำนาญการด้านบริหาร (ช) ภาคประชาสังคม  เป็นต้น  ทำให้ กกต.ชุดนี้ขาดความหลากหลาย และ กลายเป็นที่อยู่ของผู้เกษียณอายุจากราชการ

2) กระบวนการในการคัดเลือก ให้บุคคลที่ผ่านคุณสมบัติจำนวนทั้งหมด 24 คน จาก 33 คนเข้าแนะนำตัวคนละ 5 นาที และ ตอบคำถามคนละ 5 นาที  รวม 10 นาทีต่อคน  เริ่มประชุมตอนเช้า สัมภาษณ์เสร็จประมาณ 14.15 น. หลังจากนั้นลงคะแนนเลือกให้ได้คะแนน 2 ใน 3 คือ 5 เสียงขึ้นไป  ประกาศผลเป็นเอกสารออกมาในเวลาประมาณ 16.30 น.  น่าจะเป็นการใช้วินิจฉัยของกรรมการสรรหาที่ค่อนข้างรวบรัดไม่เหมาะสมกับการคัดเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งหน้าที่สำคัญของบ้านเมือง

3) ตามมาตรา 12 วรรคสามของ พรป. กกต.  กำหนดให้การลงคะแนนของกรรมการสรรหาต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องบันทึกเหตุผลของการลงมติ แต่ในเอกสารที่แถลงระบุเพียงว่า ผู้ผ่านการคัดเลือกได้คะแนนถึงสองในสามเท่านั้น   ดังนั้น ผู้มีส่วนได้เสีย คือผู้สมัครที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ควรขอใช้สิทธิในการดูผลการลงคะแนนที่ตนเองได้รับ และ ผลการลงคะแนนของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก

related