
นักวิชาการเรียกร้องให้มีการใช้ข้อมูลทางวิชาการ ซึ่งชี้ชัดว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดคือพาราควอต,ไกลโฟเซตและคลอร์ไพริฟอส มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยาหรือ กพย. ร่วมกับหลายมหาวิทยาลัยและหลายหน่วยงาน จัดเวทีวิชาการเรื่องข้อเท็จจริงทางวิชาการในการควบคุมสารเคมีอันตราย โดยสืบเนื่องมาจากเกษตรกรไทยใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชพาราควอต ไกลโฟเซตและสารเคมีกำจัดแมลงคลอร์ไพริฟอสในการเกษตรจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรโดยตรง และยังปนเปื้อนไปยังสิ่งแวดล้อมทั้งพืชและสัตว์รวมทั้งยังตกค้างในผลผลิตที่ประชาชนนำมาบริโภค ซึ่งนักวิชาการที่ได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับพิษวิทยา ผลกระทบต่อสุขภาพระยะสั้นและระยะยาวมีผลการวิจัยถึงอันตรายของสารเคมีที่เกษตรกรใช้แต่ยังไม่ได้เผยแพร่สู่ประชาชนในวงกว้าง
โดยรองศาสตราจารย์ จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษากระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า องค์การอนามัยโลกได้จัดพาราควอตเป็นสารอันตรายปานกลาง แต่หากดูดซึมเข้าร่างกายจะส่งผลกระทบอันตรายร้ายแรง ส่งผลกระทบถึงชีวิตหากพาราควอตเข้มข้นเข้าสู่ร่างกายทางปากหรือสัมผัสผิวหนัง โดยข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยาโรงพยาบาลรามาธิบดี ปี 2553-2559 พบอัตราการตายของผู้ป่วยในประเทศไทยที่ได้รับพาราควอตสูงถึงร้อยละ 46.18 คือผู้ป่วยทั้งหมด 4,223 คน เสียชีวิต 1,950 คน