ข่าว นวัตกรรม

ห้ามพลาด! เปิดฉาก STARTUP THAILAND 2018 ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดงาน “Startup Thailand 2018” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” แสดงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ประเทศไทยกับการเป็น Startup Hub ของภูมิภาคเอเชีย” ระบุ ไทยจะเป็นประเทศสำหรับการลงทุน

เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีเปิดงาน“Startup Thailand 2018” ว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สตาร์ทอัพไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้แสดงศักยภาพทางธุรกิจและความสามารถในการรังสรรค์แพลทฟอร์มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์สังคมด้านต่างๆ แต่ถึงแม้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้ประเทศไทยเติบโตไปสู่แนวคิดสังคมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ โดยความท้าทายสำคัญจะอยู่ที่ การพัฒนาระบบนิเวศ ให้เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพ และ วิสัยทัศน์ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ศูนย์กลางสตาร์ทอัพ ของภูมิภาคเอเชีย

ดร.สมคิด กล่าวต่อว่า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม ทั้งในไทยและต่างประเทศ ต้องเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ต้องขอบคุณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในฐานะหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนแพลทฟอร์ม Startup Thailand รวมถึงขับเคลื่อนกฎหมาย นโยบายและมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. สตาร์ทอัพ – กฎหมายลดอุปสรรคการเริ่มต้นของธุรกิจสตาร์ทอัพ, พ.ร.บ. Sandbox – ให้สตาร์ทอัพมีพื้นที่ทดลองแนวคิดใหม่ในการแก้ปัญหา , การอนุญาตสตาร์ทอัพร่วมประมูลงานรัฐ – เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงตลาดและนำแนวคิดไปแก้ปัญหา,Smart Visa – บ่มเพาะความสามารถของสตาร์ทอัพให้ก้าวสู่ระดับโลก, จัดซื้อจัดจ้างเชิงวิจัยภาครัฐ – เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้ามาตอบโจทย์รัฐและสังคม , Bayh-Dole Act – ส่งเสริมการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพบนฐานเทคโนโลยี และย่านนวัตกรรม – กลไกส่งเสริมการนวัตกรรมในระดับพื้นที่

 

 

“ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะเป็นพื้นที่ที่พร้อมที่จะดึงดูดและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสตาร์ทอัพให้พร้อมนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาดำเนินธุรกิจ การสร้างกำลังคนที่มีความสามารถสำหรับตอบโจทย์อนาคต การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์อย่างยั่งยืน ทั้งในระดับฐานรากไปถึงระดับแข่งขัน การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่สร้างผลกระทบ และสามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคม  ซึ่งด้วยแนวคิดของการเป็น Open Innovation Nation … ประเทศไทยจะเป็นประเทศสำหรับการลงทุน สร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ ที่นำไปสู่แนวคิดใหม่ที่ไม่สิ้นสุด และพร้อมจะนำเสนอนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าให้กับโลก ให้สมกับคำว่า “Thailand – Endless Opportunities” หรือ “โอกาสไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับทุกคน

 

ด้าน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ คือการสร้าง “ระบบนิเวศ” เพราะระบบนิเวศที่ดีจะช่วยลดอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจนี้ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ มีนโยบายพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพในไทย ทั้ง เสนอแก้กฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น หรือ พ.ร.บ.สตาร์ทอัพ โดยแยกออกจาก พ.ร.บ.เอสเอ็มอี  พร้อมมุ่งเน้น 4 เรื่อง ได้แก่ 1) ลดอุปสรรคในการทำธุรกิจทั้งของไทยและชาวต่างชาติ โดยสตาร์ทอัพต่างชาติสามารถจดทะเบียนได้ 100% เป็นการดึงดูดสตาร์ทอัพต่างชาติมาเริ่มต้นธุรกิจมากขึ้น  2) ทำให้สตาร์ทอัพเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย สามารถขอแหล่งเงินทุนกับภาครัฐได้ 3) ส่งเสริมให้สตาร์ทอัพเติบโตแบบก้าวกระโดดเพื่อให้มีศักยภาพในการเติบโตสู่ตลาดโลก โดยการผลักดันเรื่องโปรแกรมเร่งสร้างการเติบโตและโปรแกรมบ่มเพาะ และ 4) ส่งเสริมการขยายการลงทุนสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียหรือตลาดโลกให้ได้ เป็นต้น
สำหรับงานดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม  2561  ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนและผู้สนใจทุกคนไม่ควรพลาดงานที่รวม 5 ความยิ่งใหญ่ที่สุด (BIGGEST) ของงานสตาร์ทอัพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาไว้ในงาน