
เจ้าหน้าที่กองปราบปรามลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีขยายผลคดีที่อดีตรองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทองขโมยพระพุทธรูปโบราณไปขาย
พระครูสมุห์จุฑาเกตุ อรุโณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดตาลเอน อำเภอบางปะหัน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ขอดูของกลางที่วัดกุฎีทอง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ว่าอาจจะเป็นพระพุทธรูปจากวัด ซึ่งได้เปิดเผยว่าเมื่อประมาณปี 2559 อดีตพระครูกิตติ รองเจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง ที่ถูกจับไปแล้วนั้นได้มีความสนิทสนม รู้จักกับเจ้าอาวาสวัดตาลเอน จึงได้มาขอยืมพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว มาเพื่อเข้าร่วมพิธีในตอนนั้น และเมื่อเสร็จสิ้นก็ไม่ได้มีการนำคืน ซึ่งทางวัดตาลเอนได้ทวงถามหลายครั้ง แต่ด้วยความที่รู้จักกันและไว้ใจจึงไม่ได้ทวงถามอีก
เมื่อเห็นข่าวว่าอดีตพระครูกิตติถูกจับจึงเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านขล้อ และติดต่อกองบังคับการปราบปรามเพื่อขอดูพระพุทธรูป โดยหลังจากตรวจสอบพระองค์ดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นพระของวัดตาลเอนจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามจึงได้มอบพระคืนให้กับทางรองเจ้าอาวาสวัดตาลเอนนำกลับไป
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางต่อไปยังบ้านหลังหนึ่ง ในตำบลพรหมบุรี อ.พรหมบุรี เพื่อเข้าตรวจสอบหลักฐานที่ยึดไว้ จากการเข้าตรวจค้นในครั้งก่อน ซึ่งมีชาวบ้านจากวัดศรีสาครเข้ามาขอดูของกลางด้วย โดยพบพระโบราณจำนวนมาก และรูปภาพเก่าของเกจิดังๆ รวมแล้วมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท