ศาลนัดไต่สวนคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" ทนายห่วงวงจรปิดหาย

ศาลนัดไต่สวนคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" ทนายห่วงวงจรปิดหาย

เครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญนักกิจกรรมชาวลาหู่ แถลงจุดยืนเรียกร้องมาตรฐานใหม่ในการพิจารณาคดีไต่สวนการเสียชีวิต ขณะที่ทนายความลุ้นคำสั่งศาล หลังไร้หลักฐานสำคัญภาพจากกล้องวงจรปิด

ไร้หลักฐานสำคัญภาพจากกล้องวงจรปิด

ที่ลานตั้งนโม หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดงาน “วงจรปิด 1 ปี ชี้การตายชัยภูมิ ป่าแส” โดยมีนักวิชาการด้านกฎหมาย นักศึกษา รวมทั้งญาติของนายชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนนักกิจกรรมชาวลาหู่ ที่เสียชีวิตจากการถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญ บริเวณด่านตรวจถาวร บ้านรินหลวง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 และญาติของนายอาเบ แซ่หมู่ ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกวิสามัญในจุดเดียวกัน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เข้าร่วมด้วย

ศาลนัดไต่สวนคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" ทนายห่วงวงจรปิดหาย

 รองศาสตราจารย์ สมชาย ปรีชาศิลปะกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นตัวแทนเครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส ได้อ่านแถลงการณ์ "หนึ่งปีการจากไปของชัยภูมิ ที่ยังไร้คำตอบ" โดยมีเนื้อหาเรียกร้องมาตรฐานใหม่ในการพิจารณาคดีไต่สวนการตายของชัยภูมิ ป่าแส พร้อมยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้สังคมร่วมติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ต่อไปจนกว่าจะสามารถพิสูจน์ทราบถึงความจริงที่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

ศาลนัดไต่สวนคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" ทนายห่วงวงจรปิดหาย

 ด้าน นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความคดีไต่สวนการตายของนายชัยภูมิ และนายอาเบ กล่าวว่า ในฐานะเห็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับญาติที่เรียกร้องหาความยุติธรรม โดยได้ร้องขอความเป็นธรรมในชั้นอัยการให้สอบปากคำพยานสำคัญเพิ่มเติม คือชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ทหารตรวจค้นชัยภูมิ และมีการทำร้ายร่างกายก่อนที่ชัยภูมิจะวิ่งหลบหนีโดยไม่ได้ต่อสู้ โดยไม่ได้ใช้อาวุธมีดฟันหรือระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ ซึ่งพยานทั้งหมดได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวน แต่ปรากฏว่าอัยการไม่มีการนำประเด็นนี้เข้าไต่สวนในชั้นศาล และพยานวัตถุสำคัญที่เป็นพยานกลาง คือภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณด่านรินหลวงที่จะให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่อัยการไม่พยายามสั่งการให้พนักงานสอบสวนนำเข้าสู่สำนวนสอบสวน แต่ได้มีการนำเสนอโดยส่งรายงานการตรวจพิสูจน์ ซึ่งในรายงานผลการตรวจปรากฏว่าภาพจากกล้องวงจรปิดหายไป แต่มีหลักฐานการสำเนาไว้โดยเจ้าหน้าที่ทหาร และมีการให้ปากคำจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดและทำสำเนาไว้ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ทนายความจึงขอให้ศาลเรียกพยานวัตถุสำคัญ และเจ้าหน้าที่ทหารนายนั้นเข้าเบิกความ แต่ศาลใช้ดุลพินิจเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอแล้วในการทำคำสั่ง จึงยกคำร้อง ดังนั้นทีมนายความจะขอดูคำสั่งการไต่สวนการตายของศาลสมบูรณ์เพียงพอหรือไม่

ศาลนัดไต่สวนคดี "ชัยภูมิ ป่าแส" ทนายห่วงวงจรปิดหาย

โดยช่วงเช้าวันนี้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ จะมีคำสั่งในคดีไต่สวนการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส ซึ่ง ญาติๆของนายชัยภูมิ ป่าแส และนายอาเบ แซ่หมู่ เตรียมจะเดินทางมายังศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังคำสั่งจากศาลในครั้งนี้ด้วย

 

 

 

 

 

related