"บิ๊กตู่" ลั่นงบปี62 ไม่เป็นภาระการคลัง ฉะมีมหาวิทยาลัยใช้นักศึกษาผิดเป็นเครื่องมือ

"บิ๊กตู่" ลั่นงบปี62 ไม่เป็นภาระการคลัง ฉะมีมหาวิทยาลัยใช้นักศึกษาผิดเป็นเครื่องมือ

นายกรัฐมนตรี ร่ายยาวขอบคุณสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังผ่านร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ชี้การใช้งบประมาณต้องเกิดประโยชน์ ไม่เป็นภาระการคลังระยะเวลา สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี เผย ยังมีมหาวิทยาลัยบางแห่ง ใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ สอนในทางที่ผิด ย้ำรัฐบาลรับฟังความเห็นต่าง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวปิดการพิจารณา พรบ.งบประมาณปี 2562 วาระแรก ว่า โครงการต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ที่จะเกิดขึ้น จะต้องไม่เป็นภาระการคลังในระยะยาว ซึ่งงบประมาณที่ลงไปจะต้องให้เกิดความเท่าเทียม ผู้มีรายได้มีโอกาสและเข้าถึง อย่างเป็นธรรม ที่สำคัญการใช้งบประมาณจะต้องเกิดประโยชน์ ไม่ซ้ำซ้อน และคำนึงว่าจะต้องทำเพื่อใคร เพราะงบประมาณมีในจำนวนจำกัด ดังนั้นจะต้องมีการบริหารและมีข้อมูลให้เพียงพอ เพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณลงไป พร้อมย้ำว่ารัฐบาลนี้ ได้มีแนวคิดริเริ่มในการทำงบประมาณไปลงในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งทุกภาคจะได้งบประมาณที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นอยากให้ทุกหน่วยงานไปดูปัญหา แล้วบริหารจัดการงบให้เกิดความชัดเจนและทั่วถึง เกิดการเชื่อมโยง จากจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้าย อีกทั้งให้นำปัญหาความต้องการที่มีการร้องเรียนมายังศูนย์ดำรงธรรมมาแก้ไข เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยการใช้งบประมาณจะต้องระมัดระวัง และเป็นไปตามขั้นตอน ของ พรบ.งบประมาณ สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่ยังมีปัญหาและข้อจำกัด โดยเฉพาะความเห็นต่างของประชาชน อยากให้กรรมาธิการนำไปพิจารณา อย่างรอบครอบและดูในส่วนของพื้นที่ ที่ทำได้ก่อนและไม่เกิดปัญหา พร้อมกับรับฟังพิจารณาปัญหาจากประชาชนด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อด้วยว่า ตอนนี้ ประชาชนยังไม่เคารพกฏหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยกับกฏหมาย ที่ไม่ให้ผลประโยชน์กับตนเอง รัฐบาลจึงพยายามบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรม และอยากเรียกร้องให้ทุกคนปฏิบัติตามกฏหมายด้วย

ส่วนเรื่องการศึกษา กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องมาร่วมกันทั้งสถานศึกษา บุคลากรการศึกษา และตัวนักศึกษาเอง ซึ่งปัญหาที่พบยังพบว่า ยังมีการสอนในมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ใช้เด็กนักศึกษาเป็นเครื่องมือ เพราะพบว่ายังมีอาจารย์มหาวิทยาลัย ให้เด็กใช้สิทธิเสรีภาพเกินจำกัด ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่ต่างประเทศ รัฐบาลพยายามสรา้งความสมดุล ในการสร้างความสัมพันธ์ กับประเทศมหาอำนาจ ทั้งจากทางตะวันตกและตะวันออก ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็จะระมัดระวัง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้รับความน่าเชื่อถือจากต่างประเทศมากพอสมควร

สำหรับเรื่องพระพุทธศาสนา รัฐบาลพยายามจัดปฏิรูปในทุกด้าน แต่กลับกลายถูกมองว่านายกรัฐมนตรีไปรังแกพระ ซึ่งการนับถือศาสนาอยู่ที่ใจคน และอยากให้ทุกคนมองไปที่แก่นแท้ของศาสนา ก่อนบอกว่าที่ทำบุญไปด้วยการใช้เงินเยอะๆ บริจาค เคยคิดหรือไม่ ว่าตายไปจะได้ไปใช้หรือไม่ ส่วนบุคคลที่ทำผิดกฏหมาย และยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศนั้น มีความพยายามทำให้เกิดความเข้าใจว่า คนที่หนีไปต่างประเทศเพราะรัฐบาลรังแก แต่อยากให้มองว่า คนที่หลบหนีไปเหล่านั้น ทำผิดฏหมายหรือไม่ และจำเป็นต้องดำเนินคดีหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมา คนเหล่านี้ก็หลีภัยไปโดยตลอด พร้อมย้ำว่า ตนเองรับฟังคนที่เห็นต่าง แต่อย่าให้คนเรานี้มาเป็นบ่อนทำลายทางการเมือง

พร้อมกับผู้ถึงเรื่องสื่อโซเชียล ปัจจุบันพบว่า ไม่สามารถควบคุมการออกสื่อโซเชียลได้เลย แม้จะมีกฏหมายควบคุม แต่สื่อก็จะอ้างว่าต้องดำเนินการในหลักจรรยาบรรณ ซึ่งอยากให้มองว่าอีกฝ่ายทำผิดกฏหมายหรือไม่ แล้วสื่อเองจะไปขยายความเพื่ออะไร

ท้ายสุด นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณ สนช.ที่รับหลักการ ร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายปี 2562 พร้อมรับข้อสังเกตุของ สนช.ที่ได้อภิปรายไว้ ทั้งนี้ ประธาน สนช.นัดประชุม กรรมธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 นัดแรกวันพรุ่งนี้ เวลา 9 นาฬิกา

related