นายกฯ ลั่นเป็นส.ส.ไม่ได้ยังไม่ตัดสินใจเล่นการเมือง หวั่นสภาเหมือนเดิมขอเลือกส.ว.เอง

นายกฯ ลั่นเป็นส.ส.ไม่ได้ยังไม่ตัดสินใจเล่นการเมือง หวั่นสภาเหมือนเดิมขอเลือกส.ว.เอง

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวระหว่างพบปะคนไทยในฝรั่งเศส ว่า การมาครั้งนี้เพื่อให้ต่างประเทศเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองของไทย ซึ่งแม้จะมีการคบค้าสมาคมมาอย่างยาวนานแต่ก็ค่อนข้างจะเหินห่างเนื่องด้วยระยะทาง และความสนใจตามช่วงเวลา เช่น การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) สงครามการค้าที่หลายประเทศต้องร่วมมือกัน โดยการพบประกับนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ตนได้เล่าถึงพัฒนาการทางการเมือง และโครงการต่างๆ ขณะเดียวกันก็รับทราบนโยบายทางการเมืองของสหราชอาณาจักรเช่นกัน และการพบปะประธานสภาขุนนาง หรือที่ในไทยเรียกว่า สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งมีการแต่งตั้งกันมาอย่างยาวนาน สืบทอดกันมาตามระบบขุนนาง ไม่เหมือนของเราที่จะเลือกตั้งกันท่าเดียวทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)และส.ว. ซึ่งการมีสองสภามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น ส.ว.ในช่วงเปลี่ยน ตนขอเลือกเอง เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นแบบเดิม

"ข้อดีของสองสภาดีอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่ามันจะมาทางไหน โดยการเลือกตั้งทางเดียวจะทำให้เป็นแบบเดิมหรือไม่ เราก็ไม่รู้ อย่างที่มีคนเคยบอกสามีอยู่สภานี้ภรรยาอยู่สภาโน้น บางทีก็ไม่เกิดการตรวจสอบและถ่วงดุล ซึ่งผมก็เล่าให้ฟังว่าของเรากำลังปฏิรูปการเมืองเหมือนกัน เช่น ส.ว.ของเราจำเป็นจะต้องมีการแต่งตั้งซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในอดีตก็เคยแต่งตั้งมา 250 คน ตอนหลังมาเป็นเลือกตั้งทำให้สองสภามีที่มาคล้ายๆกัน ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานคล้อยตามกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ต้องขอเวลาช่วง 5 ปีแรก จะมีการคัดสรร ส.ว. 200 คน อีก 50 คน ไปคัดสรรมาจากประชาชน 200 คน ผมขอเลือกเองแล้วกัน ไม่ใช่ผมไปเลือกเองผมไม่ได้รู้จักคนทั้ง 200 คน ผมก็ต้องตั้งคณะทำงานของผมไปเลือกคนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่าย มีทุกกลุ่มเพื่อให้เกิดการสอบทานกับ ส.ส. ผมก็เล่าให้เขาฟังซึ่งเขาก็บอกว่าดีเหมือนเขาก็ใช้ระบบนี้เหมือนกัน ระบอบเขาเป็นผู้นำการปกครองประชาธิปไตยเป็นหลักของโลกใบนี้ เขามีรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราล่อไป 19-20 ฉบับ ยังไม่ได้เลือกตั้งก็จะแก้เป็นฉบับที่ 21 แล้ว ทุกคนต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเป็นแค่กรอบในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น เป็นกรอบที่พูดความกว้างแต่สิ่งสำคัญคือกฎหมายที่พ่วงตามมาอีกหลายร้อยหลายพันกฏหมาย 200-300 มาตรา แต่มีกฎหมายพ่วงที่ทำให้เกิดการปฎิบัติ ให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้อีกหลายพันฉบับ บางทีก็อ้างสิทธิเสรีภาพอยู่ตัวเดียว แล้วไปกีดกันคนอื่น ละเมิดสิทธิมนุษยธรรมคนอื่นให้เขาเดือดร้อน ซึ่งเขาไม่สนใจตรงนี้ นี่แหละคือประเทศไทย น่ารักไหมล่ะ คือ ประเทศไทย ไทยแท้ ไม่ชอบระเบียบ กฎหมาย แต่เวลามาอยู่นี่ก็เชื่อเขาจังถ้าไม่เชื่อก็โดนใช่หรือไม่ นั่นคือความแตกต่างซึ่งผมไม่ได้ว่าใครดีหรือไม่ดี แต่เราจำเป็นต้องปรับตัวเองเพื่อทำให้สังคมสงบเรียบร้อย และสิ่งที่ทำให้สังคมสงบเรียบร้อย เกิดความเท่าเทียม ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ มีสิทธิ์เท่ากันในการประกอบอาชีพและไปไหนก็แล้วแต่ มีสิ่งเดียว คือกฎหมาย เพราะทุกคนต้องเคารพกฎหมายเดียวกัน แต่กฎหมายก็มีปัญหา นอกจากตัวกฎหมายเองผู้บังคับใช้กฏหมายก็มีปัญหา หรือผู้ถูกบังคับใช้ก็มีปัญหาอีก ฉะนั้นผมไม่อยากให้ต่อไปบ้านเมืองเกิดปัญหานี้ขึ้นมาอีกคือกฎหมายเป็นตัวสร้างความขัดแย้ง"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ความหวังกับทุกคนว่าเราต้องดีขึ้น เหมือนกับการที่คนไทยมาฝรั่งเศสที่แรกๆอาจจะไม่เหมือนกับที่คิดไว้ แต่ก็ต้องปรับตัวจนเริ่มชินให้อยู่ได้ในสังคม คนไทยในประเทศไทยก็ต้องปรับ เช่นเดียวกับนักการเมือง

"วันนี้ผมยังไม่ได้บอกว่าผมจะเป็นอะไรจะเป็น ส.ส.หรือเปล่า ผมเป็นไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าผมเป็นส.ส.ลงเลือกตั้ง ผมต้องลาออกตั้งแต่รัฐธรรมนูญออกมาแล้วโน้น นี่ผมก็ยังเป็นนายกฯอยู่เหมือนเดิม แล้วเขาจะเลือกผมยังไงยังไม่รู้เลย มันเป็นเรื่องของกลไกทางกฎหมาย ตอนนี้ผมยังไม่ตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น ขอทำตรงนี้ก่อน ยังมีเวลาตั้งเยอะแยะ หลายคนบอกอย่าไปเลือกตั้งเลย มันลำบาก เราคิดได้แต่ในเวทีต่างประเทศมันลำบาก เพราะฉะนั้นก็ขอร้องให้มันสงบเถอะนะ"

สำหรับบรรยากาศการพบปะกับชาวไทยในฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นไปอย่างเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรีเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก อย่างไรก็ตาม คนไทยที่มาร่วมรับฟังได้ให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ด้วยการเขียนข้อความต่างๆลงในกระดาษแผ่นใหญ่พร้อมชูให้เห็น อาทิ คนไทยไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็รักลุงตู่ , อยู่ต่อเลยได้ไหมท่านประยุทธ์ , ชาวไทยในฝรั่งเศสสนับสนุนท่านประยุทธ์เป็นนายกฯของคนไทย , หยุดเชียร์บอลโลก มาเชียร์ลุงตู่ เป็นต้น

related