
เขื่อนวชิราลงกรณ์ จังหวัดกาญจนบุรี แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำอีกวันละ 5 ล้านลูกบาศ์กเมตร เตือนประชาชนริมฝั่งท้ายน้ำขนของขึ้นที่สูง
เขื่อนวชิราลงกรณ์ จังหวัดกาญจนบุรี แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำอีกวันละ 5 ล้านลูกบาศ์กเมตร เตือนประชาชนริมฝั่งท้ายน้ำขนของขึ้นที่สูง
นายไพรัช ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 13 อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี แจ้งปรับอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 29 กรกฎาคม วันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมที่มีการระบายน้ำอัตราวันละ 23 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็นวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 50 เซนติเมตร ขอให้ประชาชนที่อยู่ใกล้แม่น้ำขนของขึ้นที่สูงเตรียมรับสถานการณ์
ขณะที่สถานการณ์ บ้านเกาะสะเดิ่ง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขะบุรี ที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายทั้งตำบล ล่าสุด ระดับน้ำลดลงแล้ว ทหารชุดเฉพาะกิจลาดหญ้า ได้เดินเท้าเข้าไปช่วยติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารเพื่อให้ชาวบ้านสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ รวมถึงแพทย์สนามตรวจรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นไข้หวัดธรรมดา พร้อมมอบยาเวชภัณฑ์ต่างๆ ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกองม่องทะ ไว้ใช้รักษาประชาชนภายในหมู่บ้าน
ส่วนชาวบ้านในที่ลุ่มต่ำหลายหลังคาเรือน ตำบลโคกมะรื่น อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ยังต้องขนของขึ้นบนที่สูง หลังระดับน้ำยังคงเอ่อล้นจากคลองสาธารณะไหลบ่าจากทุ่งนาเข้าท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ช่วงเช้าที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก 2-3 เซนติเมตร ระดับน้ำท่วมที่ลุ่มต่ำในบ้านสูงกว่า 30 เซนติเมตร ขณะที่นาข้าวที่น้ำไหลผ่านยังคงได้รับผลกระทบ บางจุดที่เกษตรกรทำแนวกั้นน้ำไว้ใน น้ำได้เอ่อล้นแนวกั้นเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวงแล้วจำนวนมาก
ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬทั้ง 8 อำเภอ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วานนี้ กระทั่งเช้าวันนี้รวมกว่า 12 ชั่วโมง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมไหลลงลำห้วยสาขาที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบทำให้น้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น
โดยเช้าวันนี้วัดได้ 11.00 เมตร น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นได้หนุนลำน้ำสาขาที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้ในพื้นที่ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ มีน้ำเอ่อล้นลำห้วยท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน ในบ้านดอนยม หมู่ที่ 2 ประมาณ 60 ไร่ บ้านโนนแพง หมู่ที่ 9 ประมาณ 40 ไร่ และบ้านคำแสน หมู่ที่ 10 ประมาณ 100 ไร่ และยังมีพืชผลทางการเกษตรอื่นๆอีก