
เจ้าแขวงอัตตะปือ แถลงยืนยันยอดผู้สูญหายเหตุน้ำท่วมใหญ่ลดลงเหลือ 107 คนแล้ว ด้านรองนายกฯ ลาว ลงตรวจเขื่อนทรุดตัวจนน้ำทะลักท่วมพื้นที่ โยงเหตุโครงสร้างไร้มาตรฐานหรือไม่
นายสอนชัย สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการเฉพาะกิจค้นหาสาเหตุกรณีอ่างเก็บน้ำ ของเขื่อนไฟฟ้า เซเปียน-เซน้ำน้อย ตั้งอยู่แขวงอัตตะปือ มีการทรุดตัว จนมวลน้ำจำนวนมาก ไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ในเขตเมืองสะหนามไซ ทำให้ประชาชนนับพันชีวิต ไร้ที่อยู่อาศัย และได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยมีนายคำมะนี อินทิลาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาว เข้าร่วมตรวจสอบด้วย
เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีลาว สั่งการเจ้าหน้าที่วิศวกรรมเร่งดำเนินตรวจสอบว่า กรณีอ่างเก็บน้ำทรุดตัวครั้งนี้เกิดจากฝนตกติดต่อกัน จนน้ำกัดเซาะโครงสร้างชั้นใต้ดินของอ่างเก็บน้ำหรือเป็นความผิดพลาดของการก่อสร้างที่ไม่ได้ตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของลาว ยืนยันว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ ทางบริษัทที่ได้สัมปทานก่อสร้างเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ไม่สามารถปฎิเสธความรับผิดชอบได้ แต่ขณะนี้ยังระบุค่าความเสียหายไม่ได้
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ในสัญญาสัมปทานก่อสร้างของบริษัทเซเปียน-เซน้ำน้อย พาวเวอร์ จำกัด ที่มี 4 บริษัท จากประเทศเกาหลีใต้ ไทย และลาว ร่วมหุ้นกันนั้น มีการระบุรายละเอียดความรับผิดชอบงานด้านต่างๆ ของทั้ง 4 บริษัทอย่างชัดเจน ทั้งการดูแลเรื่องวิศวกรรมก่อสร้างตัวเขื่อนและอ่างเก็บน้ำย่อย เป็นต้น ซึ่งตรงนี้อาจเป็นช่องทางให้รัฐบาลลาว ใช้ฟ้องร้องทั้ง 4 บริษัทแยกย่อยกันต่อไป
ขณะที่ท้าวเล็ด ไซยะพอน เจ้าแขวงอัตตะปือ แถลงขอบคุณทุกภาคส่วนจากนานาประเทศ ที่หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือต่อเนื่อง โดยสถานการณ์น้ำยังทรงตัว และบางจุดเริ่มลดลงแล้ว ล่าสุดยอดตัวเลขผู้สูญหายลดลงอยู่ที่ 107 คน จากเดิม 131 คน หลังจากทีมกู้ภัยสามารถค้นหาตัวผู้สูญหายเจออีก 24 คน
ปิดท้ายที่ตัวแทนกลุ่มประชาชนชาวลาว ที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ในแขวงอัตตะปือ แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าขณะนี้ผู้ประสบภัยยังคงขาดแคลนสิ่งของดำรงชีวิตต่างๆ ทั้งอาหาร น้ำ และเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากศูนย์ผู้ประสบภัยบางจุด เดินทางเข้าไปอย่างยากลำบาก ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิต ยังหยุดอยู่ที่ 26 คนเช่นเดิม ด้านกลุ่มเอ็นจีโอ สปป.ลาว ได้มีการวิเคราะห์กันว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จากกรณีเขื่อนทรุดตัว และปริมาณน้ำฝนตกสะสม จะระบายลงแม่น้ำเซเปียน และแม่น้ำเซกอง ภายในเวลา 2-3 สัปดาห์ หลังจากกรมอุตุนิยมและอุทกศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของลาว พยากรณ์ว่า จะมีฝนตกปานกลาง จนถึงหนัก ไปถึงช่วงปลายสัปดาห์หน้า