กาญจนบุรีไร้ปัญหา 2เขื่อนใหญ่เพิ่มระบายน้ำ ท้ายเขื่อนแม่กลองยังรับได้อีกมาก

จากปริมาณน้ำเหนือ เขื่อนวชิราลงกรณ และ เขื่อนศรีนครินทร์   โดยในวันนี้ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง  มีปริมาณน้ำในเขื่อน 7,480 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 84% โดยปรับแผนระบายน้ำตามมติของคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำ ประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2561 มีแผนการระบายน้ำ วันที่ 6-12 สิงหาคม 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 43 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน สาเหตุที่ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เนื่องจากมีปริมาณฝนตกเหนือเขื่อนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำ เพื่อให้มีพื้นที่รับน้ำเพียงพอ ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 1,380 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทางเขื่อนวชิราลงกรณรับทราบปัญหาผลกระทบของประชาชนและผู้ประกอบการทางด้านท้ายน้ำ  และได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เนื่องจาก ณ เวลานี้มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างมากกว่าวันละ 100 ล้าน ลบ.ม. อย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำในอ่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้

ขณะที่  สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์  มีปริมาณน้ำ 15,407.53 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 86.83% ร ซึ่งตอนนี้ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 2,345.15 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้มั่นใจได้ว่าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ยังคงสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก โดยไม่เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน  รวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชนด้านท้ายน้ำ

โดย  น้ำบริเวณเขื่อนแม่กลอง รวมทั้งพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลองที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอท่าม่วง พบมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย สภาพโดยรวมทั่วไปเป็นปกติ และยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเป็นจำนวนมาก แต่เพื่อความไม่ประมาทอำเภอท่าม่วง ได้มีการแจ้งให้ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ในพื้นที่ได้รับทราบและประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำว่า ในขณะนี้เขื่อนแม่กลองสามารถระบายน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ในขณะนี้เขื่อนแม่กลองระบายน้ำเพียง 820 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังสามารถรองรับปริมาณได้อีกจำนวนมาก เหตุการณ์ทั่วไปปกติ