
"น.ส.ปภพภร" จำเลยคดีแชร์น้ำมัน หอบหลักฐานร้อง DSI คัดค้านรับเป็นคดีพิเศษ หลังคู่กรณีบิดเบือนข้อเท็จจริง เรื่องให้ชดใช้ค่าเสียหาย 29 ล้าน
น.ส.ปภพภร ฟองคำ พร้อม นายเสถียร เชื้อประเสริฐศักดิ์ ทนายความ เดินทางร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอคัดค้านกรณี นางศรีวรรณ แย้มพวง พร้อมผู้เสียหายจาก จ.พะเยา เดินทางยื่นหนังสือต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ หลังถูก น.ส.ปภพภร ฟองคำ หลอกลวงให้เล่นแชร์น้ำมัน และเงินกู้ระหว่างประเทศ โดยมี อดีต ส.ส. จ.พะเยา และ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร อยู่เบื้องหลัง มูลค่าความเสียหายกว่า 28 ล้านบาท ตามเสนอข่าวเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากฝ่ายคู่กรณี นางศรีวรรณ แย้มพวง มีการให้ข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงทั้งหมด
น.ส.ปภพภร เล่าว่า เธอรู้จักกับ นางศรีวรรณ หลังเข้ารับการฝึกงานกับโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา ก่อนถูกชักชวนร่วมกันจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด พะเยาชลสิทธิ์ มีวัตถุประสงค์ รับเหมาก่อสร้างและให้กู้ยืมเงิน โดย นางศรีวรรณ คอยดูแลระบบการเงินทั้งหมด ส่วนตนเพียงทำหน้าที่ดูแลในภาพรวม ต่อมา ห้างหุ้นส่วนประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ นางศรีวรรณ ชักชวนผู้ถือหุ้นรายอื่นมาแจ้งความเอาผิดตนและพวกรวม 5 คน ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน ที่ สภ.เชียงคำ กระทั่ง เมื่อวันที่ 26 ก.ค.61 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงคำ มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมดในข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่ศาลมีคำสั่งให้ ตน และ นางศรีวรรณ ต้องชำระเงิน 29 ล้านบาท ให้กับผู้เสียหาย เพราะถือว่า นางศรีวรรณ ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้เสียหาย แต่เป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อกันอยู่
น.ส.ปภพภร เผยอีกว่า ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลจังหวัดเชียงคำ ตนไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพราะว่าเป็นผู้มีอิทธิพล และถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำเทิง จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค.60 - วันที่ 26 มิ.ย.61 เป็นระยะเวลา 7 เดือน 26 วัน ซึ่งระหว่างถูกคุมขัง ตนรู้สึกว่ามีอาการตั้งครรภ์ แต่ เจ้าหน้าที่ในสังกัดเรือนจำดังกล่าวไม่ได้จำแนกให้อยู่ประเภทผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ จนสุดท้ายตนแท้งลูกในที่สุด และได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา
ขณะนี้ตนเองได้ยื่นเรื่องไปที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.ภาค5 เอาผิดเจ้าหน้าที่เรือนจำ ซึ่ง ป.ป.ท.ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนแล้ว เหตุมีมูลความผิด รวมทั้ง นางศรีวรรณ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่ศาลตัดสินให้สื่อมวลชนทราบและยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์น้ำมัน และเงินกู้ระหว่างประเทศแต่อย่างใด เป็นความพยายามของ นางศรีวรรณ ที่ดึงตนเองเข้าไปเป็นผู้รับผิดแทน ทั้งๆ ที่ นางศรีวรรณ เป็นผู้หลอกลวงผู้เสียหายให้มาลงทุนแชร์เอง จึงมายื่นขอคัดค้าน ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในส่วน อดีต ส.ส. จ.พะเยา อยู่เบื้องหลัง ไม่เป็นความจริงเลย เนื่องจาก บิดาของตน เป็นกำนันตำบลแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา ซึ่งต้องรู้จักกับ อดีต ส.ส. จ.พะเยา อยู่แล้ว ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด