
ประเทศตุรกีกำลังอยู่ท่ามกลางวิกฤตการเงินเพราะค่าเงินลีราร่วงลงเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหส่างตุรกีและสหรัฐฯกำลังอยู่ในภาวะย่ำแย่ วันนี้เราจะมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับตุรกี
ในช่วงปีนี้ ค่าเงินลีราของตุรกีอ่อนค่าลงไปมากกว่า 35% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
การร่วงลงอย่างรวดเร็วเป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมต่อตุรกีเพิ่มขึ้นเท่าตัว เพื่อกดดันใหรัฐบาลตุรกีปล่อยตัว แอนดรูว์ บรันสัน บาทหลวงอเมริกัน ที่ถูกทางการตุรกีควบคุมตัวในข้อหาก่อการร้ายมาแล้วเกือบสองปี
ในระยะสั้น การอ่อนค่าของเงินลีราจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชาวตุรกี เพราะราคาสินค้าต่างๆจะสูงขึ้น
หนังสือพิมพ์เดอะ ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมว่า สมาพันธ์ผู้ผลิตขนมปังแห่งตุรกีได้ประกาศขึ้นราคาขนมปัง 15% ในขณะที่ราคาไอโฟนก็เพิ่มขึ้นราว 25%
ด้านประธานาธิบดีเออร์โดกัน ยืนยันว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของตุรกีไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เงินลีราอ่อนค่า แต่เป็นเพราะตุรกีตกเป็นเป้าในสงครามเศรษฐกิจ และยังเรียกร้องให้ชาวตุรกีขายเงินดอลลาร์และยูโรออกไปเพื่อพยุงเงินลีรา
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เออร์โดกันประกาศว่าตุรกีจะบอยคอตต์สินค้าอิเล็กทรอนิกจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังลงนามขึ้นภาษีสินค้าอเมริกันเช่น รถยนต์ 120% เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ราว 140% และขึ้นภาษีสินค้าอื่นๆด้วย เช่น ผลไม้ ถ่านหิน เครื่องสำอาง และข้าว
ทั้งนี้ ตุรกีนั้นมีฐานทัพอยู่ในประเทศกาตาร์ด้วย
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินลีราเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่แล้ว