
“ดิเอโก้ คอสต้า” ดาวยิงจอมเก๋าของตราหมี “แอตเลติโก มาดริด” เชื่อด้วยความมุ่งมั่น และจิตใจนักสู้ของทีม ดีพอจะล้มทุกทีมในโลกได้ แม้แต่ “เรอัล มาดริด” คู่ปรับร่วมเมือง ดีกรีแชมเปี้ยนส์ลีก 3 สมัยซ้อน
“ทัพตราหมี” โคจรมาพบกับ “ราชันชุดขาว” อริร่วมเมืองใน “ยูฟา ซูเปอร์คัพ 2018” เมื่อคืนที่ผ่านมา โดย กองหน้าขาโหดเลือดกระทิงดุ ซัดประตูขึ้นนำ ภายในเพียง 49 วินาทีแรกเท่านั้น นับเป็นประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ซูเปอร์ คัพ แม้ “ราชันชุดขาว” จะแก้คืน 2 ประตูรวดในไม่ถึงห้านาที จาก “คาริม เบนเซมา” นาทีที่ 29 และลูกจุดโทษของ “เซร์คิโอ รามอส” แต่เจ้าตัวก็สวมบทฮีโร่ ยิงตีเสมอ ในนาทีที่ 79 นำไปสู่การต่อเวลาพิเศษ และ “ซาอูล นีเกวซ” กับ “โกเก้” 2 เพื่อนร่วมทีมก็ช่วยกันบวกเพิ่มคนละประตู พา “แอตเลติโก มาดริด” แซงคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ เป็นสมัยที่ 3 จากการเป็นแชมป์ “ยูโรปา ลีก” ทั้ง 3 ครั้ง และ “ดิเอโก ซิเมโอเน” ยังกลายเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาลของ “ทัพตราหมี” ด้วยการคว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 7 นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมปี 2011
ดาวยิงทีมชาติสเปนวัย 29 ปี กล่าวหลังเกมว่า “ด้วยความมุ่งมั่นและหัวใจนักสู้ที่เรามี เราสู้กับทีมไหนก็ได้”
“มันเป็นชัยชนะที่เราตามหามานาน ผมมีความสุขมาก พวกเขาชนะเราในนัดชิงฯ มาสองครั้ง เราต้องการมีชัยเหนือพวกเขาในนัดชิงถ้วยยุโรป มันสำคัญมาก ในเกมเรียกความมั่นใจก่อนเปิดฤดูกาล”
“แอตเลติโกมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเสมอ เราไปได้ไกลเท่าที่ต้องการ ด้วยการทำงานหนัก และเท้าติดดินเข้าไว้ เราสู้กับใครก็ได้ เราเซ็นสัญญาผู้เล่นที่แข็งแกร่งเข้ามา และผมหวังว่าเราจะเติบโตไปเรื่อย ๆ”
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “แอตเลติโก้ มาดริด” เซ็นสัญญาคว้า 4 ผู้เล่นชั้นดีอย่าง โธมัส เลอมาร์, เกลสัน มาร์ตินส์, นิโกลา คาลินิช และ อันโตนิโอ อะดาน แต่ที่สุดของการสร้างทีมในปีนี้ คือการรั้งตัว “อองตวน กรีซมันน์” แนวรุกเฟรนช์แมน ไว้กับทีมได้สำเร็จ
นับเป็นหนที่ 3 ที่ดาวยิงทีมชาติสเปน กลับมาค้าแข้งกับ “ตราหมี” (ครั้งแรกปี 2007-2009, ครั้งที่ 2 2010-2014) แม้ครั้งนี้ด้วยวัยที่ร่วงโรย อาจไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนครั้งก่อนที่ซัดประตูถล่มทลาย แต่เขาเป็นหนึ่งในกองหน้า ที่พร้อมจะเป็นยฝันร้ายของทุกทีมได้แน่นอน
ขอบคุณภาพจาก Atlético de Madrid