
ใน 1 ปีงบประมาณ มีผู้ใช้บริการ สายด่วน 1300 มาขอคำปรึกษา แนะนำ เป็นปัญหาหลักทางสังคม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การค้ามนุษย์ ขณะที่สายที่โทรเข้ามาก่อกวนมามากถึง 14,393 ครั้ง
นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เปิดเผยข้อมูล การให้คำปรึกษาแนะนำทางโทรศัพท์ รวมถึงรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ และเบาะแสสังคม
1) ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
2) ปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม
3) ปัญหาการค้ามนุษย์
4) ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด
5) ปัญหาบุคคลเร่ร่อน ไร้ที่พึ่ง
6) ปัญหาบุคคลขอทาน
7) ปัญหาเด็กและเยาวชน
8) ปัญหาบุคคลสูญหาย
9) ปัญหาผู้สูงอายุ
10) ปัญหาคนพิการ
ผลการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
1) ปัญหาความรุนแรง
2) ปัญหาครอบครัวยากจน
3) คนไร้ที่พึ่ง
4) คนขอทาน
5) เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
(ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 60 – 31 ก.ค. 61)
-มีผู้ใช้บริการรวม 84,475 ราย เฉลี่ย 286 ราย/วัน
-มีจำนวนสายโทรผิด/ก่อกวน โทรเข้ามา จำนวน 21,541 ครั้ง คิดเป็น ร้อยละ 24.8 (เฉลี่ยสายโทรผิดก่อกวน วันละ 67 ครั้ง)
แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1) ผู้ใช้บริการที่โทรเข้ามาก่อกวน 14,393 ครั้ง ร้อยละ 16.5
-โทรแล้วเงียบ 3,800 ครั้ง
-การโทรก่อกวน เช่น ใช้คำหยาบคาย ร้องเพลง 2,727 ครั้ง
-ผู้ใช้บริการ โทรมาสำเร็จความใคร่ 265 ครั้ง
2) ผู้ใช้บริการโทรผิด 7,148 ครั้ง ร้อยละ 8.2
นอกจากนั้น พบว่า มีหมายเลขโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาถึง 230 ครั้ง ในรอบ 1 ปีงบประมาณ ซึ่งเป็นหมายเลขเดียวกัน ซึ่งผลกระทบจากสายก่อกวน/โทรผิด ส่งผลให้เสียโอกาสในการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการท่านอื่น โดยแนวทางการดำเนินการของศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กรณีผู้มีพฤติกรรมโทรศัพท์ก่อกวน มีดังนี้
1) เจ้าหน้าที่รับเรื่องทางโทรศัพท์ เฝ้าสังเกตพฤติกรรมการโทร และแจ้งหัวหน้างานสายด่วนให้ทราบ
2) หากโทรผิด/ก่อกวนเกิน 10 ครั้ง หัวหน้างานสายด่วนจะแจ้งผู้ดูแลระบบสายด่วนดำเนินการบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ก่อกวนดังกล่าว
3) สรุปหมายเลขโทรก่อกวน และทำหนังสือถึงผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและป้องปรามพฤติกรรมโทรศัพท์ก่อกวน
ทั้งนี้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม ขอความร่วมมือประชาชนไม่โทรเข้ามาก่อกวนสายด่วน 1300 เพราะทางศูนย์ฯ ต้องการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาสังคม ซึ่งบางกรณีมีความต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน และมีผลต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิต โดยหากพบ จะมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป