
อดีตภรรยา พร้อมลูกชาย ยืนยัน เสก โลโซ ร็อกเกอร์ชื่อดังป่วยเป็นไบโพลาร์มานาน 10 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระดับที่ 3 โดยมีอาการหลอนชอบเห็นบ้านเป็นวัด และรู้สึกห่วงว่าอาจจะฆ่าตัวตายได้
หลังจากที่นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ร็อกสตาร์ ชื่อดังถูกภรรยาเก่าและลูกชายร่วมมือกับภรรยาคนปัจจุบันนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 18 ส.ค. หลังจากที่ไลฟ์สดเฟซบุ๊กมาราธอนติดต่อกันหลายวัน จนแฟนคลับกังวลว่าเสกอาจจะเป็นไบโพลาร์ และอาจเกิดอันตรายกับตัวเองและคนใกล้ชิดได้
ล่าสุด เมื่อวานนี้ น.ส.วิภากร ศุขพิมาย (กานต์) และนายเสฎกานต์ ศุขพิมาย (เสือ) ภรรยาและลูกชายของเสก เดินทางไปออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 28 โดยกานต์เล่าว่า เสกป่วยเป็นไบโพลาร์มานาน 10 ปีแล้ว ชอบขังตัวเองอยู่ในห้อง ทำกิจกรรมใด ๆ ก็ไม่สนุกต้อง ตนต้องนั่งอยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลา แม้แต่ลูกยังไม่กล้าเจอ เพราะไม่ต้องการให้เห็นสภาพ การรักษาที่ผ่านมา หมอจะให้ยามารับประทาน ซึ่งเป็นยาปรับสภาพอารมณ์ เมื่ออารมณ์ดีก็จะหาย แต่หากมีอาการร่าเริงและไม่รับยา ก็จะร่าเริงผิดปกติ ตนจึงกลัวว่าอาจจะมีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้น
กานต์ยังเล่าถึงเหตุการณ์การนำตัวเสกไปส่งโรงพยาบาลล่าสุด ว่า ค่อนข้างมีความชุลมุน เพราะเสกออกอาการขัดขืน เพราะก่อนหน้านั้นก็เคยทำมาแล้วแต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะมีน.ส.อภิสร์ญา พัฒนวรทรัพย์ (อีฟ) ภรรยาคนปัจจุบันเป็นตัวประสาน ร่วมกับน้องเสือ เสฎกานต์ ศุขพิมาย (บุตรชายเสก) ส่วนในอนาคตจะหายขาดหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่หากออกมาแล้วมีการไลฟ์สดพาดพิงผู้อื่นอีกตนก็คงช่วยเหลืออะไรไม่ได้
ด้านนายเสฎกานต์ ศุขพิมาย (น้องเสือ) บุตรชายของเสก กล่าวว่า ขณะนี้พ่อเป็นโรคไบโพลาร์ระดับที่ 3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้เรื่องของพ่อตนไม่ได้เข้ามายุ่งมากนัก แต่ตอนนี้เรียนจบและโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ อย่างไรก็ตาม เคยเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าว รู้สึกว่ามันทรุดโทรมมาก เพราะไม่มีคนช่วยดูแล มีทั้งอุจจาระของสุนัขที่กระจัดกระจาย อีกทั้งพ่อยังชอบใส่ชุดและหมวกซ้ำๆ มีอาการหลอนเห็นบ้านเป็นวัด บางครั้งเมื่อถ่ายรูปย้อนแสงก็คิดว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ทั้งที่เป็นหลักการถ่ายภาพทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายเสฎกานต์ พร้อมครอบครัวจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ที่จีเอ็มเอ็ม สตูดิโอ โดยจะเปิดใจต่อเรื่องราวทั้งหมด ที่เกิดขึ้น