
เวเนซุเอลาประกาศใช้ธนบัตรใหม่ที่ตัดศูนย์ออกไปถึงห้าหลัก เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากภาคธุรกิจของประเทศที่มองว่า มาตรการนี้ไม่น่าได้ผล
ชาวเวเนซุเอลาเองพากันแสดงความกังวลหลังประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร เริ่มบังคับใช้ธนบัตรใหม่ซึ่งลดศูนย์ออกไป 5 หลัก เพื่อแก้วิกฤตเงินเฟ้อ เท่ากับว่า ธนบัตรใหม่ 1 โบลิวาร์ จะมีมูลค่าเทียบเท่าธนบัตร 100000 โบลิวาร์เดิม
เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา นายมาดูโร ได้แถลงผ่านเฟซบุ๊คว่า การเริ่มใช้ธนบัตรโบลิวาร์แบบใหม่นั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ระบบการธนาคารก็ดำเนินไปอย่างดีเยี่ยม
อย่างไรก็ตาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อของเวเนซุเอลาจะแตะ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้เงินโบลิวาร์ไร้ค่า ขณะที่สหประชาชาติก็ระบุว่าวิกฤตเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาได้ทำให้ผู้คนมากกว่าสองล้านคนหนีออกนอกประเทศ
ด้านประธานสมาพันธ์หอการค้าแห่งเวเนซุเอลามองว่า ธนบัตรใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Strong Bolivar หรือเงินโบลิวาร์ที่แข็งแกร่ง จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไร้เสถียรภาพ
ทั้งนี้ การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกของเวเนซุเอลาหยุดชะงักไปมากกว่า 12 ชั่วโมงในวันอาทิตย์ ก่อนที่ธนบัตรใหม่จะเริ่มใช้ในวันจันทร์
นอกเหนือไปจากนโยบายเปลี่ยนแปลงค่าเงินโบลิวาร์ใหม่แล้ว ประธานาธิบดีมาดูโรยังประกาศใช้มาตรการแก้ปัญหาความยากจนด้วย โดยสั่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 3400% ถือเป็นการสั่งปรับขึ้นค่าแรงรอบที่ห้าแล้วในปีนี้ ซึ่งประธานสมาพันธ์หอการค้าแห่งเวเนซุเอลามองว่า มาตรการนี้จะยิ่งทำลายบรรดาบริษัทที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ชาวเวเนซุเอลายังคงหลั่งไหลหนีเข้าบราซิลตามแนวชายแดนแม้ว่าทางการบราซิลได้มีการปราบปรามการหลบหนีเข้าเมืองหลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างผู้อพยพกับชาวบราซิลท้องถิ่นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนทำให้ทางการปราซิลต้องส่งทหารมาควบคุมสถานการณ์
รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความว่า ชาวเวเนซุเอลาต้องมาแบกรับความสูญเสียมหาศาลจากการทุจริตและเผด็จการภายใต้การปกครองของมาดูโร มาตรการต่างๆล่าสุดนี้จะยิ่งทำให้ชีวิตชาวเวเนซุเอลาย่ำแย่
ที่กรุงคารารัส ผู้คนต่างรู้สึกฉงนกับมาตรการใหม่เหล่านี้ บางคนมองว่าการธนบัตรใหม่ก็คือการโกหกหลอกลวงของรัฐบาล
ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการปรับค่าเงินโบลิวาร์ เพราะในปี 2008 อดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซเคยสั่งตัดศูนย์ออกไป 3 หลักแล้ว แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเงินเฟ้อได้