
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร ชี้แจงการเดินสายลงพื่นทีัและพบปะกับนักการเมืองไม่ได้รับสิทธิพิเศษจาก คสช.แต่อย่างใด แต่กลุ่มสามมิตรมีแนวทางที่ต้องการสร้างปรองดองของกลุ่มการเมืองและกลุ่มต่างๆ รวมถึงประชาชน จึงได้เดินสายพบปะกลุ่มการเมืองและประชาชน จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าคสช.ปฏิบัติสองมาตรฐานปล่อยให้กลุ่มสามมิตรดำเนินการในลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียว แต่ที่ผ่านมาพรรคการเมืองต่างๆก็มีการเคลื่อนไหว ลงพื้นพบปะประชาชนมาตลอด โดยที่ คสช.ไม่ได้ห้ามปรามหรือเอาผิดแต่อย่างใด โดยนายอนุชาได้นำเอาภาพข่าวการทำกิจกรรมทางการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทย พร้อมคำให้สัมภาษณ์ของแกนนำพรรคที่ออกมาในช่วงคำสั่ง คสช.เช่นเดียวกับกลุ่ม 3 มิตรที่ปฏิบัติไม่แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ
“ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของภาคการเมืองปกติ หลายพรรคอาจไม่ได้ดูพรรคตัวเองว่าทำอะไรมาบ้างในอดีต จึงเผลอเรอวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น”
ทั้งเห็นว่าที่ คสช. ออกคำสั่งห้ามไม่ให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวใดๆ หลังการปฏิวัตินั้นเพื่อป้องกันเหตุที่จะก่อความไม่สงบในประเทศ และเมื่อใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งจะมีการผ่อนคลายตามขั้นตอน ที่อาจยกเว้นในบางกรณีจึงอยากให้พรรคการเมืองต่างๆ อดทนเพื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้งที่ทุกคนหวังไว้ เพราะเช่นปัจจุบันที่ประเทศเป็นกึ่งเผด็จการและกึ่งประชาธิปไตย บางสิ่งทำได้และบางสิ่งทำไม่ได้ อยากเรียกร้องให้ทุกคนเดินหน้าสู่การเลือกตั้งด้วยความคิดสร้างสรรต์ ส่วนใครจะดำเนินการอย่างไรก็ไปว่ากันหลังเลือกตั้ง แต่ขณะนี้อยากให้ทุกคนถอยคนละก้าวเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปสู่เป้าหมายเพื่อเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยในภายภาคหน้า หากไม่ชอบกฏหมายก็ต้องว่ากันกันในเวทีซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต
ส่วนประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่ากลุ่มสามมิตรเดินสายพบนักการเมืองเพื่อดูดพรรคการเมืองเข้าข่ายผิดกฏหมายนั้น นายอนุชา กล่าวว่า ในยุค 4.0 การกล่าวหาใครต้องมีหลักฐาน ย้ำว่ากลุ่มสามมิตรเป็นกลุ่มธรรมดา ไม่สามารถเสนออะไรกับใครได้ โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้หลุดพ้นคดี และให้เงินตอบแทน แต่สิ่งที่กลุ่มสามมิตรนำไปพูดคุยคือความตั้งใจนำเอานโยาบายต่างๆให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด พร้อมระบุว่า สิ่งที่นักการเมืองทุกคนี่ลุ่มสามมิตรเข้าไปคุยด้วยนั้น ล้วนแต่ไม่ต้องเงินแต่ต้องการเข้างานในสภา เชื่อว่ามีนักการเมืองหลายคนสใจอยากจะมาทำงานกับกลุ่มสามมิตร เพราะหลายคนยืนอยู่บนเส้นด้าย ขณะที่กลุ่มสามมิตรหลุดพ้นจากกลุ่มเส้นด้ายนั้นหมดแล้ว จนอยากพาให้เขาเหล่านั้นก้าวข้ามและมาร่วมงานกัน ยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์และไม่วิพากษ์วิจารณ์ใคร และไม่นำผู้คนอกมาบนท้องถนน รวมถึงไม่นำสมาชิกทำผิดกฏหมาย
นายอนุชา กล่าวว่า กลุ่มสามมิตรจะไม่ตั้งพรรคการเมือง แต่พร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขของบ้านเมือง และนำนโยบายของกลุ่มเป็นไปนโยบายของพรรค รวมถึงพรรคพลังประชารัฐที่เป็นหนึ่งที่ในพรรคการเมืองที่กลุ่มสามมิตรสนใจ ส่วนจะเป็นพรรคการเมืองที่มีชื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่นั้น ถือว่าไม่จำเป็นแต่ทำงานและให้ประเทศสงบ ปรองดอง และคนส่วนใหญ่ประเทศมีความสุข ทั้งนี เชื่อว่ากมีการพูดคุยในการคลายล็อกในเดือนกันยายนกลุ่มสามมิตรจะมีความชัดเจนว่าเข้าร่วมกับพรรคใด