
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ฯ แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีหญิงสาวอังกฤษกล่าวอ้างว่าถูกข่มขืน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ หลังได้ลงพื้นที่เกาะเต่าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับทหารและหน่วยอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมสอบถามข้อมูลจากเจ้าของที่พัก ที่ผู้เสียหายเข้าพัก จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งที่ 2 โดยในครั้งนี้เข้ามาเมืองไทย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.61 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ และเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทยไปแล้ว เมื่อวันที 2 ก.ค.61 ทางสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจากการสอบสวนพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพงัน ทราบว่าในวันที่ 27 มิ.ย. 61 ผู้เสียหายได้มาพร้อมเพื่อนชาย 1 คน เพื่อแจ้งความเรื่องทรัพย์สินสูญหาย 3 รายการ แต่ไม่มีการแจ้งความเรื่องข่มขืนตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าไม่รับแจ้งความ
ส่วนการสอบสวนเจ้าของโฮเทลที่ผู้เสียหายเข้าพัก ทราบว่า ได้เข้าพักที่ ไฮฟ์โฮลเทล ตั้งอยู่ หาดทรายรี ระหว่างวันที่ 21 มิ.ย.61-26 มิ.ย.61 โดยผู้เสียหาย ได้เข้าพักกับเพื่อนชายอีก 4 คน รวม 5 คน ซึ่งปกติจะนัดเที่ยวกับเจ้าของโฮเทลประจำทุกคืน โดยระหว่างเข้าพักเมื่อวันที 25 มิ.ย.61 เจ้าของโฮเทลได้ออกไปเที่ยวก่อน และนัดกลุ่มผู้เสียหายให้ตามไป แต่เมื่อถึงเวลานัดก็ไม่พบผู้เสียหายและเพื่อน
ต่อมาเวลาประมาณ 10:00 น. ของเช้าวันที่ 26 ผู้เสียหายแจ้งกับเจ้าของโฮเทล ว่าขณะออกไปท่องเที่ยวได้ไปซื้อสุราเป็นถัง มานั่งดื่มกับเพื่อนชายทั้ง 4 คน ก่อนจะมีชายชาวเอเชีย 1 คน มาถามว่าโอเคไหม จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ รู้สีกตัวอีกครั้งในเวลาประมาณ 08:00 น. พบว่าตนเองถูกข่มขืนกระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือได้หายไปแล้า จึงได้เดินขึ้นมาบนถนน เจ้าโฮเทลจึงบอกให้ ผู้เสียหาย ไปแจ้งความ ที่ สภ.เกาะเต่า แต่ผู้เสียหายไม่ยอมไป แจ้งว่ามีนัดกับเพื่อนที่งานฟลูมูลปาร์ตี้ ที เกาะพะงัน ในคืนวันที่ 26 มิ.ย.61 จากนั้น ผู้เสียหายกับเพื่อนชาย ก็ได้เช็คเอาท์ในเวลาประมาณ 12:00 น. ออกจากโรงแรมเดินทางไปที่เกาะพะงัน
ต่อมาวันที 4 ก.ค.61 ได้มีเพือนชายของผู้เสียหาย เดินทางกลับมาหา เจ้าของโฮเทลที่เกาะเต่า และสอบถาม เจ้าของโฮเทลว่ายังสามารถแจัความเรื่องที่ผู้เสียหายถูกข่มขึ้นได้หรือไม่ เจ้าของโฮเทล จึงได้พา เพื่อนชายของผู้เสียหาย มาพบกับ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เกาะเต่าโดย พ.ต.ท.นพาฯได้ อธิบายว่า สามารถให้ผู้เสียหาย มาแจ้งความได้ โดยในเบื้องต้น ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.จักรพันธ์ แก้วขาว ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านฟิชโบบาร์ ซึ่งเป็นบริเวณทีอ้างว่าพบชายชาวเอเชีย ปรากฏว่า กล้องวงจรปิดทุกตัวใช้การได้ดี มีระยะเวลาบันทีก 7 วัน ซึ่งวันที่ไปตรวจสอบสามารถดูย้อนหลังได้ถึงวันที 28 มิ.ย.61 ล่วงเลยช่วงเวลา เกิดเหตุไปแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกข์ของนักท่องเที่ยว
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังสถานฑูต ขอให้ผู้เสียหายกลับมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบสวนในคดีที่กล่าวอ้างว่าถูกข่มขืน เพื่อสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยระหว่างนี้ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนเหตุข่มขืนเบื้องต้นแล้ว เพื่อหาพยานและหลักฐานในคดีที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าถูกข่มขืน เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย