กีฬา

เตรียมตัวไม่ดี! ต้นเหตุ “ความล้มเหลว” ของ “ช้างศึกไทย” ในเอเชี่ยนเกมส์

หลัง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทยต้องกระเด็นตกรอบแรก เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แบบสุดชอกช้ำ สมาคมประกาศปลด “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ออกจากตำแหน่ง ซึ่งอากจะว่ากันตามตรงแล้วนี่อาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุดสักเท่าใหร่

แม้การประกาศปลด “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ออกจากตำแหน่ง จะไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่ เพราะด้วยผลงาน ,ฟอร์มการเล่น รวมถึงกระแสแฟนบอลที่แทบจะทุกหน้าเว็บไซต์และแฟนเพจฟุตบอลไทยนั้นร้อนแรงแบบไฟท่วมคีย์บอร์ดกันอยู่พักใหญ่ๆ หลัง “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทยต้องกระเด็นตกรอบแรก เอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แบบสุดชอกช้ำ

แข้งพลังหนุ่มของเราจบทัวร์นาเม้นนี้ด้วยการ เสมอ 2 แบบต้องไล่ตามตีเสมอจนถึงช่วงท้ายเกมกับกาตาร์และ บังคลาเทศ แพ้ 1 นัดให้กับทีมเต็งของกลุ่มอย่าง อุซเบกิสถาน โดยไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียว และเสียประตูทุกนัด

สื่อทุกสำนัก แฟนบอลทั่วประเทศ และอาจจะรวมถึงทั่วทั้งอาเซียน พากันวิพากษ์วิจารณ์ และวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทัพช้างศึกพลังหนุ่มชุดนี้ต้องกระเด็นตกรอบแรกไปก่อนเวลาอันควรแบบนี้ ซึ่งเหตุผลหลักๆ แบบที่พอจะรวบรวมและไม่ใช่การด่าแบบไม่มีสติ ก็มีทั้ง โค้ชวางแผนไม่ดี,ผู้เล่นฟอร์มตก,นักเตะไม่มีสมาธิ หนักหน่อยก็จะมีว่านักเตะไม่เต็มใจเล่นวิ่งไม่เต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการวิเคราะห์ด้วยสายตาจากสิ่งที่เห็นและอาจจะมีอคติผสมไปบ้าง อย่างไรก็ตามหากจะวิเคราะห์กันแบบจริงจังและจับต้องได้คงจะต้องย้อนกลับไปดูถึงการเตรียมตัวก่อนมาแข่งทัวร์นาเม้นสำคัญนี้ ก็คือการเตรียมตัวนั้นเอง

“ทีมชาติไทย” หลัง การแต่งตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เข้ามารับตำแหน่งเป็นรอบที่ 2 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนั้นถ้าฟังกันดีๆ และยังพอจำกันได้ ถึงการให้สัมภาษณ์สื่อของเจ้าตัว ก็แสดงให้เห็นอะไรบางอย่างตั้งแต่เริ่มเลยทีมเดียว โค้ชโย่งบอกว่า “ปัญหาของทีมชุดนี้ก็คงไม่ต่างจากชุดที่แล้ว อาจจะไม่ใช่ตัวหลักของสโมสร อย่างตอน เอเชียน เกมส์ คนที่เป็นตัวหลักอาจจะไม่ถูกปล่อยมา เราก็อาจจะต้องใช้ผู้เล่นชุดที่สองหรือสามไปเล่นแทน”

ต่อที่การวางแผนการลงเล่นเกมอุ่นเครื่อง ซึ่งตามหลักแล้วการมีเกมอุ่นเครื่องตาม “ฟีฟ่าเดย์” ก็ดูเหมือนจะดีและราบรื่น แต่หากลงลึกในรายละเอียดเราจะเห็นว่า อีก 1 ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความสับสนในการกำหนดอายุของนักเตะในชุดนี้นั่นเอง

ตัวเลือกแรกเลยที่ฝ่ายเทคนิคของสมาคมฟุตบอลฯ ต้องการ คือ การใช้ทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นหลักเพื่อเตรียมทีมระยะยาว สู่ ซีเกมส์ 2019 และ ปรี โอลิมปิก เกมส์ 2020 แต่สุดท้ายด้วยอะไรบางอย่างกลับต้องมีการเปลี่ยน โดยใช้ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ผสมผสานไปด้วย เพื่อความหวังในการสร้างผลงานที่ดี นอกจากนี้การใช้งานนักเตะที่อายุเกินก็ถือเป็นเรื่องน่าสนใจ เนื่องจาก เอเชี่ยนเกมส์ นั้น จะสามารถใช้นักเตะอายุเกิน 23 ปี ได้ไม่เกิน 3 คน ซึ่งหลายชาติใช้อ็อปชั่นนี้ เพราะหวังทำผลงานให้ดี ไม่เว้นแม้แต่ ทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ถึงกับเรียกตัว ซน เฮือง มิน ยอดศูนย์หน้าจาก ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ มาติดทีมเลยทีเดียว  ซึ่งเราเองก็ใช้อ็อปชั่นนี้เมื่อครั้งที่แล้ว แม้จะอยู่ในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นโกลเด้น เจเนอเรชั่นของเราก็ตาม

แต่ทุกอย่างถูกตอบคำถามด้วยการประกาศรายชื่อ 29 คนแรก ของ “โค้ชโย่ง” ปรากฏว่าไม่มีนักเตะในโควตาอายุเกินเลยสักคนเดียว

ต่อที่การเตรียมตัว และ การอุ่นเครื่องที่ต้องบอกเลยว่าเห็นใจ “โค้ชโย่ง” พอสมควรเพราะหากดูจากการรวมทีมแต่ละครั้ง “โค้ชโย่ง” ไม่เคยได้ใช้ชุดเต็มแบบที่ตั้งใจเลยสักครั้ง  ที่เห็นกันชัดๆเลยก็คือ ฟุตบอลสี่เส้ารายการ อัลไพน์ คัพ 2018 ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เดิมทีทีมชาติไทยตั้งใจจะส่งรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ไปแข่งขัน เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆ สำหรับการเตรียมตัวสู่ เอเชียนเกมส์  แต่สุดท้ายก็ต้องเรียกตัวนักเตะที่ไม่สมบูรณ์และแทบไม่มีตัวหลักของชุดเอเชี่ยนเกมส์ จนทำให้ผลงานไม่ดี ด้วยการแพ้ 3 นัดรวด

และที่สุดกว่านั้นก็คือ การประกาศรายชื่อนักเตะ 20 คนสุดท้ายก่อน บินไปประเทศอินโดนีเซีย นั้นมีขึ้นก่อนหน้าการแข่งขันเพียง แค่ 2 วัน แม้จะมารวมตัวกันก่อน 1 สัปดาห์ แต่ต้องบอกเลยว่าการอยู่ร่วมกันของทีมชุดนี้นั้น น้อยมาก หากเทียบกับทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ประกาศรายชื่อก่อนถึง 1 เดือน ขณะที่ เวียดนาม คู่รักคู่แค้นของเรานั้นนอกจากการประกาศรายชื่อแล้ว ทีมดาวทองชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ยังได้ลงอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติอุซเบกิสถานU23 และ ทีมชาติโอมานU23 ในช่วงต้นเดือน กรกฏาคม และทีมสำรองของ บาร์เซโลน่า สองเกม ก่อนบินไปลุยศึกเอเชี่ยนเกมส์ด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

หากเราหวังที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีในการทำอะไรบางอย่าง มันมีปัจจัยหลายอย่างที่จะพาเราไปถึงจุดนั้น แต่ส่วนที่เรียกได้ว่าสำคัญที่สุด และถือเป็นก้าวแรกที่จะประสบความสำเร็จนั้นก็น่าจะเป็น “การวางแผนและการเตรียมตัวที่ดี” ซึ่งถ้าแค่ก้าวแรกยังมึนๆงงๆ แล้ว เรื่องผลลัพธ์ที่ออกมาก็คงเป็นได้แค่ฝันลมๆแล้งๆนั่นเอง