
ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เรียกประชุมด่วนหลังระดับน้ำโขงเพิ่มสูงอีก 1 เมตร ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ระบุการพร่องน้ำจากเขื่อนเจ้าพระตามเกณฑ์ควบคุมไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 780 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 16 เมตร50 เซนติเมตร นายสุรชาติ ลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่12 เปิดเผยว่าเขื่อนเจ้าพระมีการระบายน้ำตามเกณฑ์ควบคุม ไม่ให้เกิน800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
โดยใช้วิธีการแบ่งน้ำเข้าแม่น้ำสายหลักเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เช่น แม่น้ำชัยนาท-ป่าสัก ทั้งนี้ พื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ตำบลหัวเวียง อ.ผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีปริมาณน้ำปริ่มตลิ่ง แต่ได้รับผลกระทบไม่มาก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ และประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
สถานการณ์น้ำโขงที่จังหวัดหนองคายวันนี้เพิ่มสูงขึ้นอีก 1 เมตร ต่ำกว่าตลิ่งเพียง 32 เซนติเมตร หลังน้ำทางตอนเหนือทั้งจากหลวงพระบางและเชียงคานไหลมาสมทบ โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง มีการคาดการณ์ว่าในวันที่ 3 กันยายนนี้อาจเพิ่มสูงถึง 13 เมตร 78 เซนติเมตร จะทำให้ล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจในเทศบาลเมืองหนองคาย ด้าน นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เรียกประชุมด่วนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมสั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์ กระสอบทราย และเตรียมกำลังพลไว้สำหรับขนย้ายข้าวของประชาชนขึ้นที่สูง
ส่วน ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขงยังอยู่ระดับวิกฤติ ห่างจากจุดล้นตลิ่ง ประมาณ 30 เซนติเมตร ส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก เช่นลำน้ำก่ำไหลระบายช้าและมีปริมาณน้ำสูงเกินความจุเท่าตัว ทำให้เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตร ชุมชนหมู่บ้านในพื้นที่ลุ่ม มีนาข้าวถูกน้ำท่วม คาดว่าได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 50,000 ไร่ นอกจากนี้ยังไหลท่วมพื้นที่ริมน้ำโขง ของชาวบ้านที่ปลูกผักสวนครัวส่งขายป้อนตลอดผัก กว่า 1,000 ไร่ ทางจังหวัดได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว
ล่าสุดนายสินสมุทร หินเธาว์ หัวหน้าฝ่ายช่างกล รักษาการผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครพนม มีหนังสือที่ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วย อ้างถึงการคาดการณ์น้ำของแม่น้ำโขงจากเว็บไซต์ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดนครพนม จะสูงถึง 12.93 เมตร ในวันที่ 4 กันยายนที่จะถึงนี้ หากเป็นไปตามที่คาดการณ์จริง ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงจะขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี ทุบสถิติข้อมูลปี 2548 ที่ระบุว่าเดือนสิงหาคมมีปริมาณน้ำขึ้นถึง 12.88 เมตร
สถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.กาญจนบุรี ที่ อ.ไทรโยค ,ทองผาภูมิ และสังขละบุรี ระดับน้ำยังคงวิกฤติ โดยเฉพาะที่ บ้านปากแซง ม.3 ต.ท่าเสาอ.ไทรโยค ระดับน้ำยังทรงตัวเข้าท่วมบ้านเรือนรวม 9 หลังคาเรือนสูง1.00 เมตร ส่วนบริเวณสะพานสลิงบ้านปากแซง ระดับน้ำสูงเริ่มแตะพื้นสะพาน และบริเวณชายตลิ่งบ้านช่องแคบ ม.3 ต.ท่าเสา ดินริมแม่น้ำแควน้อยเริ่มพังยุบตัวลงแม่น้ำ เป็นบริเวณยาวกว่า 20 เมตร
ด้านพ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า, ผบ.ร.29 พล.ร.9 เปิดเผยว่า ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านปากแซง อ.ไทรโยค ที่ต้องลุยน้ำที่ท่วมบ้านสูงตั้งแต่1-2 เมตร อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ จึงมอบหมายสั่งการให้ พ.ท.อริยวรรษ มาลาหอม ผบ.ร.29 พัน.1 นำเรือไฟเบอร์ ไปมอบให้ประชาชน เพื่อใช้ในการเข้าไปดูบ้านเรือนและสิ่งของ จะได้สะดวกและปลอดภัย และหากมีอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือ ให้ประชาชนแจ้งได้ตลอดเวลา เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ทั้งนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ