มีมติไล่ออก! ครูพละ ลวนลามนักเรียนหญิง

03 ก.ย. 2561 เวลา 7:13 น.

ที่ประชุม อนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ ซึ่งทำหน้าที่แทน ก.ก. มีมติ สั่งลงโทษให้ไล่นายทิมทอง ปัญญาอินทร์ ออกจากราชการ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 61 และมีผลบังคับให้ออกจากราชการทันที

(3 ก.ย. 61) เวลา 10.00 น. นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางอัจฉราวดี ชัยสุวิรัตน์ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย แถลงข่าวผลการดำเนินการทางวินัย นายทิมทอง ปัญญาอิน ข้าราชการครูโรงเรียนวัดสะพาน เขตคลองเตย โดยเปิดเผยว่า ที่ประชุม อนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ ซึ่งทำหน้าที่แทน ก.ก. ได้พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 8/2561 เมื่อวันที่ 21ส.ค. 61 มีมติว่า พฤติกรรมของนายทิมทอง ปัญญาอิน เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานกระทำผิดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และฐานกระทำผิดการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลของตนหรือไม่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา 94 วรรคสองและวรรคสามแห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งกาย วาจาและจิตใจ ตามข้อ 11 ของข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. 2556 ซึ่งที่ประชุมได้มีมติ สั่งลงโทษให้ไล่นายทิมทองปัญญา ออกจากราชการ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 61 และมีผลบังคับให้ออกจากราชการทันที

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้อำนวยการเขตและผู้อำนวยการโรงเรียนดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และให้ทุกโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจัดการประชุมเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมครูในโรงเรียนอย่างน้อยปีละ1ครั้ง ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหายจะหารืออีกครั้งหนึ่ง

สำหรับมาตรการป้องกันดูแลนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของโรงเรียน โดยได้กำชับให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทุกโรงเรียนใกล้ชิดกับนักเรียน และผู้อำนวยการเขตต้องมีส่วนช่วยในการเข้าไปดูแลนักเรียน ไม่ใช่การดูแลครูเพียงอย่างเดียวพร้อมทั้งจะจัดอบรมให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง สำหรับช่องทางการแจ้งเหตุในลักษณะนี้ หากไม่กล้าร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการโรงเรียน สามารถแจ้งไปยังผู้อำนวยการเขตในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งพร้อมที่จะรับฟังและให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม หากมีกรณีเหตุการณ์ซึ่งส่อไปถึงพฤติกรรมการลวนลวมหรือพฤติกรรมทางเพศ ให้ตั้งเป็นวินัยร้ายแรงไว้ก่อน เพื่อย่นเวลาการสืบสวนสอบสวนลง

นอกจากนี้จะทำการลงพื้นที่สุ่มตรวจโรงเรียนในเรื่องของอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่บางโรงเรียนยังคงมีปัญหาอยู่ โดยจะใช้วิธีสุ่มตรวจไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งโรงเรียนแต่ละโรงเรียนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด หากพบเจอสิ่งที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้บริหารสถานศึกษานั้นๆต่อไป ที่ประชุม อนุกรรมการวิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ ซึ่งทำหน้าที่แทน ก.ก. มีมติ สั่งลงโทษให้ไล่นายทิมทอง ปัญญาอินทร์  ออกจากราชการ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 61 และมีผลบังคับให้ออกจากราชการทันที