รอปลดล็อกมีผล "บิ๊กตู่" ย้ำไม่จำเป็นโปรโมทตัวเอง แย้มทหารเกษียณเล่นการเมืองได้

รอปลดล็อกมีผล "บิ๊กตู่" ย้ำไม่จำเป็นโปรโมทตัวเอง แย้มทหารเกษียณเล่นการเมืองได้

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความชัดเจนในอนาคตทางการเมืองของตัวเองว่า วันนี้รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องเจอคำถามใด คำถามแรกที่สื่อถามว่านายกฯจะตัดสินใจทางการเมืองหรือยัง แนวโน้มจะเป็นอย่างไร ขอตอบว่าเมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วและเมื่อมีคำสั่ง ม.44 คลายล็อคพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อนำไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ที่จะต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล โดยสถานการณ์ในช่วงนั้นจะเป็นผลในการตัดสินใจของตนว่าจำเป็นต้องอยู่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญ หรือด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าจำเป็นแล้วจะเป็นได้อย่างไร ตนจะตัดสินใจอีกครั้งในสถานการณ์ช่วงนั้น เพราะวันนี้คงตอบได้เท่านี้ ทั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนนำประเทศชาติไปสู่การปฏิรูปและเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว นี่คือคำตอบของตนดังนั้น ขอร้องอย่าถามบ่อยนัก เพราะวันนี้ยังไปไม่ถึงไหนเลย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุพร อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ร้องเรียนกกต.นครราชสีมา กรณีที่พรรคภูมิใจไทยเก็บบัตรประชาชนจากสมาชิกอสม.อ้างนำไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค ถือการหาเสียงล่วงหน้า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณา ในส่วนของคสช.ฝ่ายกฎหมายก็กำลังพิจารณาตรวจสอบในช่วงนี้ว่ามีข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร โดยเป็นขั้นตอนทางกฎหมาย

เมื่อถามถึง การตั้งข้อสังเกตในการใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์โครงการรัฐบาลและโปรโมทตัวนายกฯโดยเฉพาะการดึงศิลปินดารามาร่วมโครงการสร้างไทยไปด้วยกันถือเป็นการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่มีการเชิญดารามาในวันนี้ไม่ได้เสียงเงินซักบาทเดียวเขามาช่วยฟรีๆ ส่วนที่ถามว่ามาโปรโมทตัวนายกฯ หรือไม่นั้นเรื่องนี้เคยพูดไปแล้วว่าไม่ได้มาโปรโมทตัวนายกฯ แต่มาสร้างการรับรู้และเข้าใจนโยบายของรัฐบาล เข้าใจการทำงานในปัจจุบัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องย้อนไปยังคำถามว่าอนาคตทางการเมืองของตนอยู่ตรงไหนมันจำเป็นหรือไม่ที่ตนจะต้องโปรโมทตัวเอง ในเมื่อทุกวันที่ผ่านมาก็พูดเองอยู่แล้วและก็เป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาลคนเป็นนายกรัฐมนตรีเขาก็พูดในขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำไป ซึ่งทุกพรรคก็ทำเช่นนี้ แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้ทำแบบนั้นแต่เพียงต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ว่าเราได้ทำงานอะไรได้บ้างกี่เรื่องแล้วประชาชนจะเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร วันนี้เราต้องสร้างความร่วมมือและเข้าใจกับทุกคนให้ได้ถือเป็นการประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาลด้วยการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ที่ทุกคนควรรู้ ไม่ใช่การหาเสียง

“เพราะวันนี้ผมยังไม่มีพรรคอะไรเลย ผมจะหาเสียงไปให้ใครที่สำคัญเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและภาคเอกชนจึงอยากฝากไว้และอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยเป็นของนักการเมืองเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า เป็นของคนกลุ่มเดียวหรืออย่างไรเพราะข้าราชการอื่นๆ พลเรือน ตำรวจ ทหารที่เกษียณอายุแล้ว ก็มีขีดความสามารถที่จะเข้าสู่การเมืองได้ตามกฏหมาย ถ้าใครอยากจะทำในส่วนของผมถ้าผมจะต้องทำก็จะไม่ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลักขอให้คอยดูกันต่อไป” นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในตอนนี้การเมืองขอให้เป็นเรื่องการเมืองไปเถอะเพราะตนต้องให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินตรงนี้มากกว่า เรื่องการเมืองก็ต้องเดินหน้าตามกฏหมาย เราพยายามที่จะเดินสู่วันเวลาที่กำหนดไว้ ตอนนี้มีหลายอย่างที่เกี่ยวข้องจึงต้องรับฟังความคิดเห็นจากหลายส่วนด้วยเพราะทุกคนต่างมีหน้าที่ ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและขออย่าได้สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นอีก อะไรแก้ได้ก็ต้องช่วยกันแก้อย่างที่มีผู้ชุมนุมกลุ่มหาบเร่แผงลอยในวันนี้ ก็ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลซึ่งการจัดระเบียบต่างๆ ต้องดูว่าจะทำอย่างไรเพื่อลดผลกระทบของผู้มีรายได้น้อย

related