
ผู้เสียหายจำนวนหลาย 10 คน เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารสิทธิอันเป็นตั๋วเงิน ออกเช็คปลอม
ผู้เสียหายกว่า 10 คน เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลดอนเมือง เพื่อชี้ตัว น.ส.ศศิณัฏฐ์ เดชะไกศยะ หรือมด ที่ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวได้ ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านบางกอกใหญ่ตามหมายจับศาลอาญา ฐาน " ฉ้อโกงทรัพย์ ปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นตั๋วเงิน ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมายโดยเจตนาที่จะไม่ให้ มีการใช้เงินตามเช็ค รวมมูลค่าความเสียหายในคดีกว่า 60 ล้านบาท
โดยนางสาวอรทัย แท่งกลิ่น หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า บังเอิญไปเห็นการประกาศขายตั๋วเครื่องบินราคาถูกในเพจเฟซบุก จึงได้ติดต่อสั่งซื้อก็พบว่าสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาหลีใต้ได้จริง จึงมีการบอกต่อไปยังกลุ่มเพื่อนจนมีผู้เสียหายหลายคนฝากเงินมาซื้อตั๋วเครื่องบิน รวมกว่า2ล้านบาท สุดท้ายเมื่อมาถึงสนามบินกลับพบว่า ตั๋วเครื่องบินไม่มีอยู่จริง จึงต้องสำรองจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้กับผู้เสียหายรายอื่น หลังจากนั้นได้พยายามติดต่อผู้ต้องหาให้มาชำระเงินคืน แต่กลับบอกว่าไม่มีเงินจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.บางเสาธง จนพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาได้ไปหลอกลวงผู้เสียหายอีกหลายราย บางคดีความเสียหายสูงเกินกว่า 20 ล้านบาท
ส่วน นางสาวศศิน์ธัญ เหล่าโรจน์ภิญโญ ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ต้องหา รู้จักกันมานานกว่า13ปี โดยช่วงปลายปี59 ตนเองต้องการจะรถสปอร์ตหรู มูลค่าประมาณ6ล้านบาท แต่ผู้ต้องหาทราบข่าว จึงมาหลอกว่าสามารถหาผู้ที่มาติดต่อซื้อรถได้ ในราคาสูงกว่าท้องตลาดถึง 8 ล้านบาท ด้วยความสนิทใจจึงยอมฝากรถไปขาย จากนั้นประมาณ1เดือน ผู้ต้องหาได้มีการจ่ายเช็คมาให้ 2 ฉบับ แต่สุดท้ายเมื่อนำไปขึ้นเงิน กลับพบว่าเช็คเด้ง ไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงให้ทนายความติดต่อทำเอกสารเพื่อให้ยอมรับสภาพหนี้ทยอยชำระค่าเสียหาย แต่ก็ยังจ่ายเช็คเด้งให้อีก 5 ฉบับ ก่อนจะยอมรับว่าไม่มีเงินจำนวนดังกล่าว
สำหรับคดีนี้ เบื้องต้นตำรวจกองปราบปราม ได้มีการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าตนเองไม่เคยกระทำความผิดจนกระทั่งตำรวจได้เชิญให้ผู้เสียหายมา ชี้ตัวยืนยัน จึงเปลี่ยนเป็นยอมรับเฉพาะคดีที่มีผู้เสียหายมาชี้ตัว ว่าเงินที่ได้มา ถูกนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและใช้ในการต่อสู้คดี รวมถึงไกล่เกลี่ยคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีที่กำลังจะถึงที่สิ้นสุด
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเงินในบัญชีของผู้ต้องหาพบว่าไม่มียอดเงินหลงเหลืออยู่ ซึ่งทางตำรวจอยู่ระหว่างประสานตรวจสอบว่าผู้ต้องหามีการยักย้ายเงินไปไว้ที่ใด เนื่องจากเงินที่มีการฉ้อโกงมามียอดเงินหลาย10ล้านบาท
อย่างไรก็ตามล่าสุด พนักงานสอบสวนสภ.ท่ามะกา ได้เดินทางมารับตัวไปดำเนินคดีที่ จ.กาญจนบุรี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :รวบสาวแสบตุ๋นเหยื่อจำนอง อสังหาริมทรัพย์ - ออกเช็กเด้ง รวมความเสียหาย กว่า 41 ล้านบาท