
ตำรวจนครสวรรค์ เข้าตรวจซ้ำคลินิกของหมอสูตินารี ที่ถูกกล่าวหาข่มขืนคนไข้หญิง ระหว่างตรวจภายใน เบื้องต้นยังมีผู้เสียหายเพียงรายเดียว ด้านหมอที่ถูกร้องเรียน ระบุขอเป็นไปตามกระบวนการ
วานนี้ พันตำรวจโท บุญเชิด จันทร์มณี รองผู้กำกับการ สืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ เข้าตรวจสอบภายในคลินิก ของนายแพทย์สูตินารี ที่ถูกกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเราคนไข้หญิง ระหว่างตรวจภายใน ซึ่งการตรวจค้นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 เพื่อเก็บข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติม
โดย พันตำรวจโท บุญเชิด ระบุว่า จากการตรวจค้นพบว่า ห้องตรวจภายใน ไม่ได้ปิดมิดชิด และมีพื้นที่ระบายอากาศด้านบน ซึ่งเสียงสามารถเล็ดลอดออกไปข้างนอกห้องได้ ส่วนคดีความนั้น ยังมีผู้เสียหายเพียง 1 คน ฉะนั้นหากผู้เสียหายรายใด ถูกหมอละเมิดทางเพศ สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา
นางสาวศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า เปิดเผยความคืบหน้าคดีหญิงวัย 29 ปี แจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ กล่าวหานายแพทย์สูตินารี อายุ 53 ปี ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศ 2 ครั้ง และถูกดำเนินคดี 2 ข้อหา ฐานอนาจารและกระทำชำเราว่า คดีนี้มีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่า 50 คน เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งบางรายไม่กล้าออกมาเปิดเผย เนื่องจากรู้สึกอับอาย แต่ขณะนี้ได้รับการประสานจากเหยื่ออีก 2 คน ที่ไม่ใช่เหยื่อที่ตกเป็นข่าวว่า พร้อมเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ หนึ่งในนั้นเป็นหญิงไทย ที่แต่งงานกับชายชาวต่างชาติ ซึ่งถูกหมอคนดังกล่าว กระทำชำเรา เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว
โดยวันพรุ่งนี้ (20 พ.ย.) เวลา 10.00 น.ตนเอง พร้อม-บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี จะเข้าร้องเรียนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติต่อไป
ขณะที่ แพทย์หญิง ชัญวลี ศรีสุโข โฆษกแพทยสภา ระบุว่า แม้จะยังไม่มีผู้เสียหาย ร้องเรียนเข้ามาที่แพทยสภา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เลขาธิการแพทยสภา สามารถนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้เลย ซึ่งการประชุมจะมีขึ้น 6 ธันวาคมนี้ เบื้องต้นการสอบสวนในขั้นตอนต่างๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงแล้วเสร็จ
ด้าน นายแพทย์ ชนินทร์ จารุวัฒนมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ระบุว่า นายแพทย์ที่ถูกกล่าวหา ได้เข้ามาปรึกษา และระบุว่าเกิดอาการเครียด จึงขอใช้สิทธิการลาในวันจันทร์นี้ (19 พ.ย.) ซึ่งการลาดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในแผนกสูติฯ แน่นอน
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังหมอที่ถูกกล่าวหา ยืนยันว่า ในเรื่องคดีความขอมให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ แต่ทราบว่า หญิงคู่กรณีนั้น มีอาการเครียดอย่างมาก ทำให้ตนเองยังไม่อยากออกมาพูดอะไรมาก เพราะเกรงว่า คู่กรณีจะรับไม่ได้ และอาการเครียดทรุดลงอีก