
เป็นคดีความในความสนใจของประชาชน กรณีสูตินรีแพทย์ จ.นครสวรรค์ ถูกอ้างละเมิดทางเพศคนไข้สาว จนมีหลายฝ่ายทั้งสนับสนุนและโต้แย้ง กระทั่งมีคนดังกระโดดออกมาร่วมในสถานการณ์ครั้งนี้ ทั้งดารา ทนาย ผู้รู้กฎหมาย จนบานปลายด้วยข้อโต้แย้ง และการตั้งสมมติฐานมากมาย
ทำให้ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความห่วงใย กรณีสูติแพทย์ มีประเด็นล่วงเกินคนไข้สาว และมีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นและจัดการว่า รับทราบข่าวนี้ด้วยความกังวลใจอย่างยิ่งเนื่องจากปัญหา การคุกคามทางเพศ การล่วงละเมิดทางเพศ เป็นปัญหาที่มีความเปราะบางและต้องการผู้มีความรู้ความเข้าใจในมิติความอ่อนไหวทางเพศสภาพในการรับฟังการให้ความเห็นรวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริง
“ทั้งนี้ การที่บุคคลที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจในการบวนการยุติธรรมจะเข้าไปดูบาดแผลหรือหลักฐานทางคดีย่อมไม่สามารถกระทำได้ โดยเฉพาะการก้าวล่วงในเนื้อตัวร่างกายของผู้หญิง และที่สำคัญคือในพื้นที่ซ่อนเร้น (แม้จะเป็นภาพถ่าย) ก็ย่อมไม่อาจกระทำได้” นางอังคณา ระบุ
กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ระบุอีกว่า เรื่องนี้คงต้องให้กระบวนการยุติธรรมทำหน้าที่ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยรับฟังข้อมูลพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง บนพื้นฐานความเคารพต่อความอ่อนไหวทางเพศสภาพ (gender sensitivity) การออกมาให้ความเห็นเชิงด่วนสรุปหรือชี้นำ รวมถึงการใช้ถ้อยคำเหยียดเพศของบุคคลที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ นอกจากเป็นการก้าวล่วงและแทรกแซงการทำหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ยังอาจส่งผลให้ผู้ร้องเรียนและครอบครัวเกิดความหวาดกลัวและอับอายซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการพิสูจน์ความจริง
“เส้นแบ่งระหว่างการตรวจสอบตามหลักวิชาการแพทย์ และการล่วงละเมิดทางเพศ มีความเปราะบางและต้องการการตรวจสอบและให้ความเห็นโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งทางการแพทย์และด้านสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง เพื่อเป็นการคุ้มครองทุกฝ่าย โดยเฉพาะการเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของผู้หญิงทุกคน”