ข่าว

ยก “วิทยาศาสตร์” มาโชว์กลาง “สยามสแควร์”

รัฐบาลเลือกใช้พื้นที่สยาม สแควร์ วัน หวังดึงดูดคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน “ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ฯ” เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารและเข้าถึงเยาวชน

นายอภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะนักวิจัยวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดนิทรรศการ “THAILAND 4.0 ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม : THAILAND 4.0 IN THE MAKING” วันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 เพื่อแสดงผลงานในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมด้วยวิทยาศาสตร์ฯ ใน 4 ด้านสร้างคน  แก้จน  เสริมแกร่ง  สู่ภูมิภาคหวังกระตุ้นและสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะยาว พร้อมกับเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่  21 ย้ำจุดยืนรัฐบาลใช้นวัตกรรมพลิกโฉมประเทศ ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 

นายอภิชัย กล่าวถึงการเลือกจัดนิทรรศการ ที่สยามสแควร์ว่า อยากให้ประชาชน เยาวชนรับทราบว่า ประเทศไทยมีวิทยาศาสตร์ไปถึงระดับไหน ความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนให้เข้มแข็ง ในศตวรรษที่ 21  โดยรัฐบาลมี 4 นโยบาย เร่งดำเนินการคือวิทยาศาสตร์เพื่อการสร้างคน ทำอย่างไรให้เยาวชนคนไทยรองรับ ตอบรับใช้วิทยาศาสตร์พัฒนาประเทศมากขึ้น วิทยาศาสตร์แก้จน ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยแก้ปัญหายากจน ช่องว่างทางรายได้ วิทยาศาสตร์เสริมความแกร่งทำอย่างไรให้ไทยสามารถขับเคลื่อน สร้างขีดความสามารถ เป็นส่วนสำคัญในการจัดการไทยแลนด์ 4.0

จัดสยามสแควร์ ที่ผ่านมา เราเลือกจัดในพื้นที่ตามเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์  อย่างที่บอกว่าวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้ตัวคน ก็เอามาไว้ใจกลางเมือง แอคทีฟมากขึ้นจับวิทยาศาสตร์เข้าใกล้ รับรู้ตัวเยาวชน ประชาชนให้เขาเห็น รับรู้ความก้าวหน้า เพราะอยากให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า วิทยาศาสตร์สร้างคน พูดถึงเรื่องอาชีพของคนไทยในอนาคต ให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ใมีความมั่นใจตั้งแต่เยาว์วัย  สามารถใช้ขับเคลื่อนประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ แม้แต่เกษตรกร ก็สามารถใช้วิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ จากทางชีวภาพ ไบโอเทคสเริมความแกร่งให้อาชีพ เพื่อยกระดับควาามอยู่ของคนในสังคมทุกระดับ ทุกพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลการใช้วิทยาศาสตร์ มาพัฒนาประเทศพบว่า ในประเทศที่มีรายได้สูงนั้น ล้วนพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น อิสราเอล แม้แต่เกาหลีใต้ เมื่อก่อนอยู่ในระดับเดียวกับประเทศไทย ล่าสุด ประเทศจีน ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นชาติผลิตสินค้าราคาถูก ไม่มีคุณภาพ ปัจจุบันกลายเป็นประเทศผู้นำทางเทคโนโลยีไปแล้ว 

สำหรับตัวชี้วัดสำคัญ คือสัดส่วนการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาของไทยที่เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง เปรียบเทียบให้เห็นภาพ คือช่วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2544-2554 เพิ่มขึ้น เพียง 0.1% จาก 0.26% เป็น 0.37% แต่ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คือ ปี 2556-2559 มีการเติบโต เพิ่มขึ้น 0.4% จาก 0.47% ในปี 2556 เป็น 0.78% ในปี 2559 คิดเป็นเม็ดเงินลงทุน 113,527 ล้านบาท และตั้งเป้าไว้ว่าจะทะลุ 1% ในปี 2561

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯขับเคลื่อนใน 13 ภารกิจสำคัญ 

  • สร้างกลุ่มนักรับเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า Startup และนักประดิษฐ์ (Maker) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนโยบายสร้างประเทศสู่การเป็น Startup Nation และ Makers Nation
  • เตรียมคนไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนเพื่อให้เห็นภาพของอาชีพในอนาคต (Career for the Future)
  • การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ประเทศไทยมีศักยภาพและคนทั้งประเทศได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
  • การพัฒนาเทคโนโลยีรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย การสร้างระบบ Big Data และ AI การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขนาดใหญ่ เช่น ดาวเทียม THEOS เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนชุดใหม่ เป็นต้น และการพัฒนาเขตนวัตกรรมระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยยกระดับการพัฒนาของประเทศไทยในที่สุด
  • การยกระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ และการกระจาย ความเจริญสู่พื้นที่ต่างๆ ด้วยการนำวิทยาศาสตร์มาสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศ การพัฒนา Smart Farmer ด้วยระบบ IoT การพัฒนาย่านนวัตกรรม (Innovation Districts) 16 แห่งทั่วประเทศไทย เช่น ย่าน CyberTech ที่ปุณณวิถี ย่านนวัตกรรมการแพทย์ที่โยธี เป็นต้น การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Park) และการพัฒนาเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis)