!["ทนายสงกานต์" แฉคลิปพิรุธ "พี่คล้าว2018" มีคนร่วมขบวนการอีก 3 [คลิป] "ทนายสงกานต์" แฉคลิปพิรุธ "พี่คล้าว2018" มีคนร่วมขบวนการอีก 3 [คลิป]](https://image.springnews.co.th/uploads/images/md/2018/11/552yCZ1xQCbbyQMLcM64.jpg?x-image-process=style/LG-webp)
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หนึ่งในผู้เสียหายที่ร่วมบริจาคเงินในการเรี่ยไรไถ่ชีวิตเจ้าทองคำควายยิ้มกับนายสุรัตน์ แผ้วเกิด หรือพี่คล้าว 2018 นำคลิปวีดีโอ 1 ใน 9 คลิป ที่นายสงกานต์และทีมงานลงไปสัมภาษณ์นายสุรัตน์และเพื่อนในพื้นที่ อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท ซึ่งคลิปวีดีโอดังกล่าวนายสงกานต์อ้างว่านายสุรัตน์มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะตั้งใจฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากในคลิปเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจ้าของที่แท้จริงของเจ้าทองคำนายสุรัตน์มีอาการพิรุธบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบว่าใครเป็นเจ้าของกล่าวแต่เพียงว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดี และเมื่อถามว่าเป็นของนายกอบตสุขเดือนห้าใช่หรือไม่ก็แสดงท่าทีมีพิรุธอีก
นอกจากนี้ในคลิปวีดีโออื่นๆยังแสดงให้เห็นว่านายสุรัตน์รู้อยู่แล้วว่านายบุญเลิศไม่ได้จะขายเจ้าทองคำ ทั้งยังมีการพูดด้วยตนเองว่าไม่ได้มีการขายเจ้าทองคำ ทำให้นายสงกานต์ตั้งข้อสังเกตว่าทั้งที่รู้ว่านายกอบตไม่ได้ขายเจ้าทองคำให้กับโรงเชือดหรือบุคคลอื่นแต่เหตุใดจึงยังเรี่ยไรเงินเพื่อซื้อเจ้าทองคำมาเป็นของตัวเอง
ทั้งนี้จากการตรวจสอบของตนเองยังพบว่านายสุรัตน์ไม่ได้คิดทำเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง แต่มีผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังอีกประมาณ 3 คนโดยมีการใช้โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องในการวางแผน เปิดเพจ และคิดถ้อยคำในการโพสต์เรี่ยไรไถ่ชีวิต โดยบุคคลทั้งหมดอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งในวันเสาร์นี้ตำรวจจะออกหมายเรียกบุคคลทั้งสามคนนี้มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน และจากข้อมูลทราบว่าขณะนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้มีการลบ และบล็อกโพส์ต facebook ที่เป็นปัญหาออกจากระบบแต่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถกู้ข้อมูลดังกล่าวได้เพื่อใช้ประกอบในสำนวนคดี
ส่วนเรื่องที่เจ้าทองคำ ยิ้มได้นั้นก็เกิดจากการดึงสนตะพายไปข้างหลังและมีการใช้ปัสสาวะของควายสัตว์ไปที่จมูกก็จะสามารถทำให้เจ้าทองคำแต่ยิ้มขึ้นมาได้เหมือนกับการใช้ยาสีม่วงป้ายปากเด็ก ซึ่งในวันจันทร์นี้นายบุญเลิศจะแสดงวิธีการดังกล่าวให้ดู ว่าต้องทองคำไม่สามารถยิ้มได้ด้วยตัวเอง
ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าที่ตนเองออกมาเคลื่อนไหวเพื่อจะเกาะกระแสของนายสุรัตน์และเจ้าทองคำยืนยันว่าไม่เป็นความจริงที่ออกมาเพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก ส่วนการบริจาคเงินถึงแม้จะเพียง 100 บาทก็เป็นการบริจาคด้วยความเห็นใจไม่ได้เป็นการบริจาคเพื่อใช้ในการดำเนินคดี นอกจากนี้ที่หลายฝ่ายอยากให้นายสุรัตน์เข้ามาขอโทษและไกล่เกลี่ยให้ถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ชี้แจงว่าตนเองไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายสุรัตน์แต่รับไม่ได้กับพฤติการณ์ของการเรี่ยไรดังกล่าว ส่วนเรื่องคดีก็ให้เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในคดี