
เปิดขั้นตอนการได้มาของ "นายกรัฐมนตรี" ในสนามเลือกตั้ง 62 ซึ่งครั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดให้คนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ต้องลงสมัคร ส.ส. ก็ได้
ขั้นตอนแรกเริ่มจาก กกต.รับรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ โดย 1 พรรค ส่งได้ไม่เกิน 3 รายชื่อ ซึ่งบุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องลงสมัคร ส.ส. ก็ถูกเสนอชื่อได้ เมื่อ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วน จะนำชื่อไปแจ้งให้สาธารณชนทราบ
เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งจนเสร็จสิ้นได้ผู้ชนะ จะเปิดประชุมสภา โดยให้ ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 250 คน โหวตเห็นชอบว่าใครเหมาะสมเป็น "นายกรัฐมนตรี"
สำหรับพรรคที่จะได้รับการโหวตตัวแทนนายกฯ ต้องมีที่นั่งในสภา 25 ที่นั่งขึ้นไป และจะต้องมี ส.ส. รับรองญัตติ 50 คน เมื่อได้แคนดิเดตแต่ละพรรค ต้องแข่งกันเพื่อให้ได้เสียงโหวตสูงที่สุดและเกินครึ่งหนึ่งในสภา จึงจะได้เป็นนายกฯ
หาก ส.ส.ในสภาโหวตแล้วแต่ยังไม่สามารถหานายกฯ ได้ มีกลไกพิเศษเฉพาะกาลมารองรับ คือให้ ส.ส. 250 คน หรือมากกว่า ไปขอเปิดประชุมร่วมกับ ส.ว. 250 คน เพื่อขอมติเลือก "นายกรัฐมนตรี" ที่อยู่นอกเหนือจากแคนดิเดต" ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ที่ ส.ส.+ส.ว. เห็นชอบ จากนั้นกลับมาเปิดประชุมเลือกอีกครั้ง และให้ ส.ส. 500 คน โหวต หากบุคคลนั้นได้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง ก็จะได้เป็น "นายกฯ คนนอก"