
อุดรโพล เผยผลการสำรวจพบ ชาวอุดรธานีหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล พร้อมต้องการให้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งนายกรัฐมนตรี
ผศ.ดร.เสกสรร สายสีสด หัวหน้าสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เปิดเผยว่า สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ได้จัดทำการสำรวจอุดรโพล เรื่อง ความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเขตจังหวัดอุดรธานีที่มีต่อการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ในระหว่างวันที่ 1 – 6 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีการเก็บแบบสอบถามจำนวน 737 ชุด ผลการสำรวจพบว่า ประชาชนในจังหวัดอุดรธานีต้องการให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.4 รองลงมาคือพรรคอนาคตใหม่ คิดเป็นร้อยละ 11.8 พรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 9.0 พรรคไทยรักษาชาติ ร้อยละ 8.1 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.2
ด้านนายกรัฐมนตรีต้องการให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด ร้อยละ33.2 รองลงมาคือนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 14.0 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 12.6 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร้อยละ 11.8 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ร้อยละ 5.8 นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 5.0 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 4.5
การตัดสินใจเลือกในครั้งนี้ พบว่าชาวอุดรธานีดูที่นโยบายพรรคมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 59.6 รองลงมาดูที่ตัวบุคคล คิดเป็นร้อยละ 40.4 ด้านการเลือกส.ส. พบว่านิยมเลือกตามนโยบายพรรคมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 35.4 รองลงมาคือเป็นบุคคลที่ทำประโยชน์ในพื้นที่ ร้อยละ 26.2 ต้องการให้หัวหน้าพรรคที่เลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 11.7 ต้องการส.ส.หน้าใหม่ 7.1 เป็นคนบ้านเดียว ร้อยละ 1.9
ด้านปัญหาที่ต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน คิดเป็นร้อยละ 42.1 ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ร้อยละ 17.1 ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 13.2 ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 11.3 ปัญหาการว่างงาน ร้อยละ 7.5 ด้านสุขภาพการศึกษา 6.1 ปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน ร้อยละ 2.3 และปัญหาสินค้า OTOP ร้อยละ 0.5 ตามลำดับ
ขาวอุดรธานีต้องการให้รัฐบาลใหม่ ดำเนินนโยบายอย่างเร่งด่วนในด้านพัฒนาอาชีพให้มีรายได้ยั่งยืนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 38.7 รองลงมาคือดำเนินโครงการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ร้อยละ 29.6 เพิ่มสวัสดิการการรักษาพยาบาล ร้อยละ 11.3 และต่อยอดสินค้า OTOP สู่การส่งออก ร้อยละ 9.6 ตามลำดับ
ด้านการรับข้อมูลข่าวสาร พบว่าชาวอุดรธานีเปิดรับข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งจากโซเซียลมีเดียมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 37.7 รองลงมาคือโทรทัศน์ ร้อยละ 33.2 เว็บไซต์ ร้อยละ 12.1 หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 6.9 วิทยุ ร้อยละ 6.0 ป้ายโฆษณา ร้อยละ 3.1 ผู้สมัครร้อยละ 0.9